เติมน้ำมันเครื่องผิดเบอร์ เครื่องพังจริงไหม? ประสบการณ์ตรงจากคนใช้รถ

จำได้ว่าช่วงที่เพิ่งมีรถคันแรกๆ ผมก็เป็นคนนึงที่มักจะสับสนเรื่องเบอร์น้ำมันเครื่อง ยิ่งตอนที่รถเริ่มเก่าขึ้นนิดหน่อย ช่างบางคนก็แนะนำให้ลองเปลี่ยนเบอร์น้ำมันเครื่องดู บางคนบอกว่าช่วยให้เครื่องเดินเรียบขึ้น บางคนบอกว่าช่วยประหยัดน้ำมัน แต่ก็มีเสียงเตือนมาว่า "ระวังนะ ใช้ผิดเบอร์เครื่องพังได้!" ตอนนั้นก็กังวลอยู่เหมือนกันว่ามันจะจริงไหม เลยลองศึกษาและปรึกษาผู้รู้มาเยอะพอสมควร วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และข้อมูลที่ได้เรียนรู้มาครับ
เบอร์น้ำมันเครื่อง 0W-20 กับ 5W-30 ต่างกันยังไง?
หลักๆ เลยคือมันต่างกันที่ "ค่าความหนืด" ครับ ตัวเลขหน้า W (เช่น 0W หรือ 5W) บอกถึงความหนืดตอนเครื่องเย็น ยิ่งตัวเลขน้อยยิ่งเหลวตอนเย็น เหมาะกับประเทศที่อากาศหนาวจัดๆ หรือช่วยให้สตาร์ทเครื่องง่ายขึ้น ส่วนตัวเลขหลัง W (เช่น 20 หรือ 30) บอกถึงความหนืดตอนเครื่องร้อน หรือตอนเครื่องยนต์ทำงานที่อุณหภูมิปกติ
- 0W-20: จะมีความหนืดน้อยกว่า 5W-30 ทั้งตอนเครื่องเย็นและเครื่องร้อน เหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่ออกแบบมาให้ใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดต่ำ เพื่อลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ ช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ บางยี่ห้อก็ระบุชัดเจนว่าต้องใช้เบอร์นี้เท่านั้น
- 5W-30: จะมีความหนืดมากกว่า 0W-20 เล็กน้อย เหมาะกับรถยนต์ที่ใช้งานมานานขึ้น หรือรถบางรุ่นที่ระบุให้ใช้เบอร์นี้ เพื่อให้ฟิล์มน้ำมันแข็งแรงขึ้น ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีขึ้นในบางสภาวะการใช้งาน หรือในสภาพอากาศร้อนจัด
ใช้ผิดเบอร์แล้วเครื่องพังจริงไหม?
จากประสบการณ์และข้อมูลที่หามา ส่วนใหญ่แล้ว "ไม่ได้พังทันที" ครับ แต่ถ้าใช้ผิดเบอร์เป็นเวลานานๆ หรือผิดเบอร์แบบสุดโต่ง เช่น เครื่องที่ควรใช้ 0W-20 ไปใช้เบอร์ 10W-40 อาจจะส่งผลเสียตามมาได้
ผลกระทบจากน้ำมันเครื่องหนืดเกินไป (เช่น ใช้ 5W-30 กับรถที่ระบุให้ใช้ 0W-20)
เครื่องยนต์จะทำงานหนักขึ้น เพราะน้ำมันหนืดเกินไปกว่าที่ออกแบบมา ทำให้การไหลเวียนของน้ำมันไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ ที่น้ำมันยังเย็นและหนืดมาก อาจจะทำให้ชิ้นส่วนภายในสึกหรอเร็วขึ้นในระยะยาว แถมยังกินน้ำมันมากกว่าปกติด้วย บางคนอาจจะรู้สึกว่ารถอืดขึ้นเล็กน้อย
ผลกระทบจากน้ำมันเครื่องเหลวเกินไป (เช่น ใช้ 0W-20 กับรถเก่าที่ระบุให้ใช้ 5W-30 ขึ้นไป)
ฟิล์มน้ำมันอาจจะไม่หนาพอที่จะปกป้องชิ้นส่วนเครื่องยนต์จากแรงเสียดทาน โดยเฉพาะรถที่เครื่องยนต์หลวมหรือมีอายุการใช้งานเยอะ อาจจะสังเกตเห็นว่าน้ำมันเครื่องหายเร็ว หรือมีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นกว่าปกติ ซึ่งในระยะยาวก็ส่งผลให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่ากำหนดได้
เลือกน้ำมันเครื่องให้ถูกเบอร์ ทำยังไง?
วิธีที่ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุดคือ "ดูคู่มือรถ" ครับ คู่มือรถยนต์จะระบุชัดเจนว่ารถรุ่นของคุณควรใช้น้ำมันเครื่องเบอร์อะไร และมีมาตรฐานอะไรบ้าง บางทีอาจจะมีตัวเลือกให้ 2-3 เบอร์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการใช้งาน
ถ้าคู่มือหายหรือไม่แน่ใจ ลองปรึกษาศูนย์บริการหรือช่างผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้ เพราะแต่ละเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีที่สุดกับน้ำมันเครื่องที่มีความหนืดเฉพาะตัว และไม่ควรเปลี่ยนเบอร์ไปมาบ่อยๆ ถ้าไม่มีเหตุผลจำเป็นจริงๆ ซึ่งถ้าหากคุณอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกเบอร์น้ำมันเครื่อง 0W-20 5W-30 ก็สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TaladAutoCar ครับ
ทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
ส่วนตัวผมเองหลังจากที่ศึกษามาเยอะ ก็ได้ข้อสรุปว่า "ยึดตามคู่มือรถเป็นหลัก" ครับ ไม่ต้องไปหาน้ำมันเครื่องแพงๆ หรือเบอร์แปลกๆ ที่ช่างบางคนอาจจะแนะนำมาโดยไม่มีเหตุผลรองรับที่ชัดเจน ยกเว้นแต่ว่ารถของคุณมีการปรับแต่งเครื่องยนต์ หรือใช้งานในสภาวะที่พิเศษจริงๆ เช่น วิ่งสนามแข่ง หรือรถยนต์สมรรถนะสูงที่ต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนด สำคัญไม่แพ้กับการเลือกเบอร์ที่ถูกต้อง เพื่อให้รถคู่ใจของเราอยู่กับเราไปนานๆ ครับ
ดูฉบับย่อได้ที่: 0W-20 vs 5W-30 เบอร์น้ำมันเครื่องใช้ผิดแล้วเครื่องพังได้จริงไหม
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น