ค่าไฟรถ EV: ชาร์จบ้าน VS ชาร์จข้างนอก แบบไหนเซฟเงินกว่ากัน?

ตั้งแต่สอยรถ EV มาใช้ก็เจอคำถามคลาสสิกสุดๆ ว่า “ค่าไฟรถ EV ต่อเดือนนี่มันเท่าไหร่กันแน่?” แรกๆ ผมเองก็งงเหมือนกันครับ เพราะข้อมูลมีเยอะมากจนจับต้นชนปลายไม่ถูก บางคนบอกชาร์จบ้านถูกกว่า บางคนบอกชาร์จข้างนอกก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด สรุปแล้วมันยังไงกันแน่?
ผมเลยลองผิดลองถูกเองเลยครับ ทั้งชาร์จบ้านแบบจัดเต็ม แล้วก็ลองไปพึ่งตู้ DC Fast Charge ข้างนอกดูบ้าง เพื่อหาคำตอบว่าแบบไหนมันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และเซฟเงินในกระเป๋าเราได้มากที่สุด วันนี้เลยจะมาเล่าจากประสบการณ์ตรงให้ฟังกัน
ปัญหา: ค่าไฟรถ EV ต่อเดือน มันไม่ตรงปกที่คิดไว้
ตอนแรกที่ตัดสินใจซื้อรถ EV คิดว่าจะประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้เยอะ แต่พอเริ่มใช้จริงเท่านั้นแหละครับ เจอค่าไฟแพงกว่าที่คิดไว้ในใจตอนแรกเยอะพอสมควรเลย ตอนแรกคิดแค่ว่าชาร์จบ้านน่าจะถูกกว่าอยู่แล้ว พอมาดูบิลค่าไฟสิ้นเดือนถึงกับอึ้ง! มันไม่ได้ถูกขนาดนั้นนี่นา สาเหตุหลักๆ เลยคือผมไม่ได้ศึกษา วิธีเลือกค่าไฟรถ ev ต่อเดือน ให้ดีก่อน ทำให้ใช้ไฟผิดช่วงเวลาบ้าง หรือไปชาร์จตู้ DC บ่อยเกินความจำเป็น
ทางออก: ลองชาร์จบ้านแบบมีเทคนิค
หลังจากได้บิลช็อกไปทีนึง ผมก็เริ่มหาวิธีลดค่าไฟบ้านทันที สิ่งที่ได้เรียนรู้และเอามาปรับใช้คือ:
-
เปลี่ยนแพ็กเกจมิเตอร์ไฟฟ้า
อันนี้สำคัญมากครับ! บ้านผมใช้มิเตอร์แบบ TOU (Time of Use) ที่คิดค่าไฟต่างกันตามช่วงเวลา ถ้าชาร์จรถตอนกลางวัน ค่าไฟจะแพงกว่ากลางคืนเยอะมาก ผมเลยปรับพฤติกรรมการชาร์จใหม่ โดยเสียบชาร์จตอน 4 ทุ่มเป็นต้นไป (ซึ่งเป็นช่วง Off-Peak) และถอดปลั๊กตอน 9 โมงเช้าก่อนเข้าช่วง Peak ทำให้ค่าไฟลดลงไปได้เยอะเลยครับ ยกตัวอย่างจากรถผมที่กินไฟประมาณ 15-20 kWh ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ถ้าชาร์จช่วง Peak (ประมาณ 4.xx บาท/หน่วย) ก็จะตกประมาณ 60-80 บาท แต่ถ้าชาร์จ Off-Peak (ประมาณ 2.xx บาท/หน่วย) ก็จะเหลือแค่ 30-40 บาทต่อครั้ง ประหยัดไปได้ครึ่งหนึ่งเลย
-
ติดตั้ง Wall Charger พร้อมฟังก์ชันตั้งเวลา
เพื่อให้การชาร์จตอน Off-Peak เป็นเรื่องง่าย ผมเลยลงทุนติดตั้ง Wall Charger ที่มีฟังก์ชันตั้งเวลาชาร์จได้เอง ทำให้ผมสามารถเสียบรถทิ้งไว้ก่อนนอนแล้วให้มันเริ่มชาร์จตามเวลาที่ตั้งไว้ได้เลย ไม่ต้องตื่นกลางดึกมาเสียบปลั๊ก ถือว่าสะดวกและช่วยประหยัดได้จริงจังครับ
ทางออก: ชาร์จตู้ DC ข้างนอกอย่างชาญฉลาด
ถึงแม้การชาร์จบ้านจะถูกกว่า แต่บางทีมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพึ่งตู้ DC Fast Charge ข้างนอก โดยเฉพาะตอนเดินทางไกลหรือต้องใช้รถกะทันหัน แต่ก็มีทริคที่จะทำให้เราจ่ายค่าชาร์จข้างนอกได้คุ้มค่าขึ้น:
-
เลือกผู้ให้บริการที่มีโปรโมชั่น
เดี๋ยวนี้ผู้ให้บริการตู้ชาร์จ EV มีเยอะมากครับ แล้วแต่ละค่ายก็แข่งกันออกโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าตลอด ผมจะชอบใช้แอปพลิเคชันรวมศูนย์เช็กราคาและโปรโมชั่นก่อนเสมอ อย่างบางค่ายมีโปรลดราคาช่วงกลางคืน หรือบางค่ายมีแพ็กเกจรายเดือนที่จ่ายเหมาแล้วถูกลง ยิ่งช่วงเทศกาลนี่มีส่วนลดหนักๆ บ่อยมากครับ ลองเทียบดูดีๆ จะช่วยประหยัดไปได้หลายสิบบาทต่อกิโลวัตต์เลย
-
วางแผนเส้นทางและจุดชาร์จล่วงหน้า
ก่อนออกเดินทางไกล ผมจะใช้แอปพลิเคชันวางแผนเส้นทางที่บอกจุดชาร์จล่วงหน้าเสมอครับ เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีจุดแวะชาร์จที่เหมาะสมกับราคาและกำลังไฟที่เราต้องการ หลีกเลี่ยงการไปเจอจุดชาร์จที่แพงเกินไปหรือไม่สะดวก
สรุปทริคติดตัว: ชาร์จ EV ยังไงให้คุ้มค่าที่สุด
จากประสบการณ์ที่ลองมาทั้งหมด ผมสรุปได้ว่าไม่มีสูตรตายตัวว่าแบบไหนดีที่สุดครับ แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้รถของเราเอง:
- ถ้าเน้นประหยัดและส่วนใหญ่ใช้รถในชีวิตประจำวัน ชาร์จบ้านช่วง Off-Peak คือคำตอบที่ดีที่สุด ลงทุนกับ Wall Charger ที่ตั้งเวลาได้ จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
- ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยๆ หรือมีเหตุฉุกเฉิน วางแผนการชาร์จตู้ DC ข้างนอกให้ดี เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่น จะช่วยให้ประหยัดไปได้ไม่น้อย
ลองเอาทริคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ รับรองว่าค่าไฟรถ EV ต่อเดือนของคุณจะลดลงจนน่าพอใจแน่นอน!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น