
จำได้ว่าครั้งแรกที่ลองถอดน็อตล้อรถเองแล้วไม่มีบล็อกลมไร้สายติดบ้านนี่ทรมานมาก! น็อตมันแน่นซะจนต้องเอาประแจขันกากบาทไปเหยียบ กว่าจะหลุดก็เล่นเอาเมื่อยไปทั้งตัว ยิ่งถ้าต้องไปถอดข้างทางนี่แทบหมดหวัง เลยตัดสินใจว่าต้องมีบล็อกลมไร้สายมาติดบ้านให้ได้
แต่พอไปเลือกซื้อเท่านั้นแหละ ตาลายเลยทีเดียว รุ่นนั้นก็ดี รุ่นนี้ก็สวย แรงบิดก็ไม่รู้จะเอาเท่าไหร่ดี สุดท้ายก็ตัดสินใจพลาด ซื้อมาแบบที่แรงไม่พอ สุดท้ายก็ต้องไปจ้างช่างอยู่ดี เสียเงินฟรีไปหนึ่งรอบ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการลองผิดลองถูกให้ฟังกัน จะได้ไม่พลาดเหมือนผมครับ
เช็กแรงบิดที่ "ต้องการ" จริง ๆ ไม่ใช่ "เยอะที่สุด"
เรื่องนี้สำคัญมาก! ตอนแรกผมคิดว่าซื้อแรงบิดเยอะ ๆ ไว้ก่อนน่าจะดี แต่พอใช้จริงมันไม่ใช่เลยครับ รถเก๋งหรือกระบะทั่วไป น็อตล้อส่วนใหญ่จะขันด้วยแรงบิดประมาณ 100-140 Nm (นิวตันเมตร) เท่านั้นเอง ถ้าซื้อบล็อกลมไร้สายที่ระบุแรงบิดสูงสุดเป็นร้อย ๆ Nm ขึ้นไป อาจจะเกินความจำเป็น และทำให้เครื่องมือมีขนาดใหญ่หรือหนักเกินไป
- ประสบการณ์ตรง: ผมเคยซื้อตัวที่ระบุว่า 300 Nm มา แต่พอใช้จริงกับน็อตที่ขันมาแน่น ๆ (เกิน 150 Nm) มันก็ยังเอาไม่อยู่! เพราะแรงบิดสูงสุดที่ระบุไว้บนกล่อง มักเป็นแรงบิดที่เครื่องมือ "สร้างได้" ไม่ใช่ "ใช้งานได้จริง" อย่างสม่ำเสมอ ลองมองหารุ่นที่มีแรงบิดในการถอด (Breakaway Torque) ที่สูงกว่าแรงบิดในการขันเล็กน้อย เช่น 200-250 Nm จะปลอดภัยกว่าครับ
เลือกแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนให้เหมาะสม
บล็อกลมไร้สายก็เหมือนเครื่องมือไฟฟ้าทั่วไป แบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ
- แบตเตอรี่: ถ้าใช้แค่ถอดน็อตล้อ 4-5 ตัว เปลี่ยนยางอะไหล่ แบตเตอรี่ 2.0 Ah (แอมป์-ชั่วโมง) ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าต้องถอดล้อบ่อยๆ หรือใช้กับรถหลายคัน แบตเตอรี่ 4.0 Ah ขึ้นไปจะอึดกว่าเยอะครับ ส่วนเรื่องแรงดันไฟฟ้า (โวลต์) ถ้าเป็นรถยนต์ส่วนใหญ่ 18V หรือ 20V (สำหรับบางยี่ห้อ) ก็ถือว่ากำลังดี ไม่ต้องถึงขั้น 40V สำหรับงานหนักมาก ๆ ครับ
- มอเตอร์ไร้แปรงถ่าน (Brushless Motor): อันนี้เป็นอีกจุดที่ผมอยากแนะนำครับ มอเตอร์แบบไร้แปรงถ่านจะทนทานกว่า ประหยัดแบตเตอรี่กว่า และมีกำลังสม่ำเสมอกว่ามอเตอร์แบบมีแปรงถ่าน (Brushed Motor) ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าหน่อย แต่คุ้มค่าในระยะยาวแน่นอนครับ
หัวขับและลูกบล็อก ต้องเข้ากันได้!
บล็อกลมไร้สายส่วนใหญ่จะมีหัวขับอยู่สองขนาดหลักๆ คือ 1/2 นิ้ว และ 3/8 นิ้ว
- หัวขับ 1/2 นิ้ว: เป็นขนาดมาตรฐานสำหรับงานถอดน็อตล้อรถยนต์ส่วนใหญ่ครับ ลูกบล็อกที่ใช้ก็หาง่าย มีให้เลือกเยอะแยะ
- ลูกบล็อก: แนะนำให้ใช้ลูกบล็อกแบบ Impact Socket หรือลูกบล็อกสำหรับบล็อกลมโดยเฉพาะนะครับ เพราะทำมาจากเหล็ก Chrome Molybdenum (Cr-Mo) ที่ทนทานต่อแรงกระแทกสูงกว่าลูกบล็อกธรรมดา (Chrome Vanadium หรือ Cr-V) ที่ใช้กับประแจมือครับ ถ้าใช้ลูกบล็อกผิดประเภท อาจจะทำให้ลูกบล็อกแตกหรือเสียหายได้ง่าย
ทริคติดตัว: อย่าใช้แรงบิดสูงสุดตอน "ขันกลับ"
หลังจากถอดน็อตออกแล้ว ตอนที่จะขันน็อตกลับเข้าที่ อันนี้สำคัญมากครับ! หลายคนชอบใช้บล็อกลมไร้สายขันกลับด้วยแรงบิดสูงสุดเหมือนตอนถอด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลยครับ
- ผลเสีย: การขันน็อตกลับด้วยแรงบิดที่สูงเกินไป อาจทำให้น็อตปีนเกลียว เกลียวเสียหาย หรือแม้กระทั่งทำให้สตั๊ด (แกนเกลียวที่ยื่นออกมาจากดุมล้อ) หักได้เลยทีเดียว
- วิธีที่ถูก: ให้ใช้บล็อกลมไร้สายขันน็อตกลับแค่พอตึงมือ หรือใช้แรงบิดต่ำสุด (ถ้ามีโหมดปรับแรงบิด) จากนั้นให้ใช้ประแจปอนด์ (Torque Wrench) ขันซ้ำอีกครั้งตามค่าแรงบิดที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด (หาข้อมูลได้จากคู่มือรถ หรือเว็บอย่าง TaladAutoCar ที่มีบทความดีๆ) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดครับ
หวังว่าประสบการณ์ตรงของผมจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังมองหาบล็อกลมไร้สายมาใช้งานนะครับ การลงทุนกับเครื่องมือดีๆ ที่เหมาะสมกับการใช้งาน จะช่วยประหยัดเวลาและแรงได้เยอะ แถมยังปลอดภัยกว่าด้วยครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น