
จำได้ว่าตอนแรกที่ตัดสินใจซื้อจักรยานไฟฟ้ามาใช้ปั่นไปทำงาน เพราะเบื่อรถติดในกรุงเทพฯ มาก อยากได้อะไรที่คล่องตัวกว่าเดิม แต่ก็แอบกังวลว่ามันจะขึ้นสะพานข้ามแยก หรือทางชัน ๆ ในซอยได้จริงเหรอ? ด้วยความที่เป็นมือใหม่ตอนนั้น ก็เลือกคันที่ราคาไม่แรงมาก คิดว่าคงพอใช้ได้แหละ ปรากฏว่าขึ้นเนินเล็ก ๆ ยังหอบแฮกเลยจ้า! กดคันเร่งสุดก็ยังหนืด รู้สึกเหมือนปั่นจักรยานธรรมดาแต่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปอีก ผิดหวังสุด ๆ
หลังจากนั้นก็เริ่มศึกษาจริงจัง ลองผิดลองถูกมาหลายวิธี จนพอจะจับหลักได้ว่าไอ้เรื่องการขึ้นเนินของจักรยานไฟฟ้าเนี่ย มันไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กำลังมอเตอร์อย่างเดียว แต่มันมีหลายปัจจัยที่ต้องดูควบคู่กันไป ถ้าไม่อยากเสียเงินฟรีแบบผม มาดู 3 เรื่องที่ผมได้เรียนรู้และอยากแชร์กันครับ
1. มอเตอร์ Hub Drive หรือ Mid Drive เลือกให้ถูกกับการใช้งาน
ปัญหาหลัก ๆ ที่เจอตอนแรกคือมอเตอร์เป็นแบบ Hub Drive ที่ล้อหลัง ซึ่งมันก็ดีนะสำหรับทางเรียบ ๆ เพราะราคาถูกดูแลรักษาง่าย แต่พอเจอเนินชัน ๆ เข้าไปเท่านั้นแหละ แรงมันหายไปเยอะเลยครับ เพราะมอเตอร์แบบนี้จะให้แรงบิดโดยตรงที่ล้อ ทำให้ตอนขึ้นเนิน มันต้องใช้กำลังเยอะมากเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง พอรู้แบบนี้ก็เลยลองหาข้อมูลเกี่ยวกับมอเตอร์อีกแบบคือ Mid Drive
- Hub Drive: เหมาะกับทางเรียบเป็นหลัก หรือเนินเตี้ย ๆ ไม่ชันมากนัก เพราะมอเตอร์จะทำงานโดยตรงกับล้อหลัง ทำให้การออกตัวและทำความเร็วบนทางราบทำได้ดี ข้อดีคือราคาไม่แพงและบำรุงรักษาง่าย
- Mid Drive: อันนี้แหละคือพระเอกของงานขึ้นเนิน! เพราะมอเตอร์จะติดตั้งอยู่ตรงกลางเฟรม และส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ของจักรยาน ทำให้เราสามารถปรับเกียร์เพื่อเพิ่มแรงบิดในการขึ้นเนินได้ดีกว่า เหมือนกับการขับรถยนต์ขึ้นเขาที่ต้องเปลี่ยนเกียร์ต่ำเพื่อเพิ่มกำลังนั่นแหละครับ จากที่เคยลองมา ถ้าเป็นมอเตอร์ Mid Drive กำลังวัตต์เท่ากัน จะรู้สึกว่ามันมีแรงปีนเนินได้ดีกว่า Hub Drive ชัดเจนมาก
2. แรงบิด (Torque) สำคัญกว่ากำลังวัตต์ (Wattage) ตอนขึ้นเนิน
ตอนแรกคิดว่าจักรยานไฟฟ้าที่วัตต์เยอะ ๆ จะต้องขึ้นเนินได้ดี แต่เอาเข้าจริงแล้ว TaladAutoCar บอกว่าแรงบิด (หน่วยเป็น Newton-meters หรือ Nm) นี่แหละคือตัวแปรสำคัญสำหรับคนชอบปั่นขึ้นเนิน เพราะมันคือแรงหมุนที่มอเตอร์ส่งออกมา ยิ่งค่า Nm สูง ยิ่งมีแรงฉุดลากได้ดี ลองนึกภาพรถยนต์ที่แรงม้าเยอะ แต่แรงบิดน้อย เวลาเร่งแซงหรือขึ้นเขาจะรู้สึกอืด ๆ นั่นแหละครับ
- ถ้าปั่นในเมืองที่มีสะพานข้ามแยก หรือเนินเล็กน้อย: แนะนำว่าควรเลือกจักรยานไฟฟ้าที่มีแรงบิดอย่างน้อย 40-50 Nm ขึ้นไป จะช่วยให้การขึ้นสะพานหรือเนินไม่สูงมากเป็นเรื่องสบาย
- ถ้าต้องเจอเนินชัน หรือขึ้นเขาเป็นประจำ: มองหามอเตอร์ที่มีแรงบิด 60 Nm ขึ้นไปได้เลย จะช่วยให้คุณปีนป่ายได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องออกแรงเยอะจนเหนื่อยหอบ
3. แบตเตอรี่และการตั้งค่าตัวช่วย (Pedal Assist) ก็มีผล
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือแบตเตอรี่และระบบ Pedal Assist (PAS) ที่เราตั้งค่า ยิ่งแบตเตอรี่ความจุสูง (Ah) และแรงดันไฟ (V) มาก ก็จะช่วยให้มอเตอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและให้กำลังต่อเนื่องได้นานขึ้น ส่วนการตั้งค่า PAS ก็สำคัญมาก
- ระดับ PAS: ถ้าต้องขึ้นเนินชัน ๆ ให้ปรับระดับ PAS ไปที่สูงสุด (เช่น ระดับ 3 หรือ 4 จาก 5) เพื่อให้มอเตอร์ช่วยออกแรงได้เต็มที่ จะช่วยผ่อนแรงเราได้เยอะมาก
- การเปลี่ยนเกียร์: สำหรับจักรยานไฟฟ้าแบบ Mid Drive อย่าลืมใช้เกียร์ต่ำควบคู่ไปกับการใช้ PAS สูงสุด จะช่วยให้มอเตอร์ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดภาระการทำงานของมอเตอร์ด้วย
จากประสบการณ์ตรงที่เจอมา จักรยานไฟฟ้ามันขึ้นเนินได้จริงครับ แต่ต้องเลือกให้ถูกกับลักษณะการใช้งานของเรา ถ้าในเมืองกรุงที่มีสะพานข้ามแยกเยอะ ๆ หรือมีทางลาดชันบ้าง มอเตอร์ Mid Drive ที่มีแรงบิดสูงหน่อย จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ จะได้ไม่เสียเงินฟรีและได้จักรยานที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราจริง ๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น