
จำได้ว่าสมัยก่อนตอนผมเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ใหม่ๆ ก็ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องหมวกกันน็อกเท่าไหร่หรอกครับ เห็นหมวกถูกๆ ใบไหนก็คว้ามาใส่ ขอแค่ไม่โดนตำรวจจับก็พอแล้ว แต่พอเกิดอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เข้าหน่อย หัวเข่าถลอกไม่เท่าไหร่ แต่หัวนี่สิ ถ้าเกิดกระแทกพื้นขึ้นมาจริงๆ คงไม่สนุกแน่ นั่นแหละครับ จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมเริ่มจริงจังกับการเลือกหมวกกันน็อกมากขึ้น และก็เริ่มสงสัยว่าไอ้มาตรฐานต่างๆ ที่แปะอยู่ตามหมวกอย่าง มอก. ECE หรือ DOT เนี่ย มันต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกแบบไหนถึงจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป แถมยังปลอดภัยจริงๆ ด้วย
หมวกกันน็อก มอก.: มาตรฐานเริ่มต้นที่ต้องมี
สำหรับในประเทศไทย หมวกกันน็อกทุกใบที่วางขายจะต้องมีเครื่องหมาย มอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมครับ อันนี้เป็นข้อบังคับตามกฎหมายเลยนะ ถ้าไม่มีถือว่าผิดกฎหมายเลยทีเดียว สำหรับ มอก. ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คือ มอก. 369-2557 ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับหมวกกันน็อกสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ โดยมาตรฐานนี้จะมีการทดสอบหลักๆ เช่น การดูดซับแรงกระแทกจากศีรษะ การทดสอบความแข็งแรงของสายรัดคาง และการทดสอบมุมมองของเลนส์หน้าหมวก
- การทดสอบแรงกระแทก: มอก. จะทดสอบการกระแทกด้วยน้ำหนักที่กำหนดจากความสูงหนึ่งๆ เพื่อดูว่าหมวกสามารถดูดซับแรงได้ดีแค่ไหน ส่วนใหญ่ก็คือการจำลองการตกกระทบจากความสูงไม่มากนัก
- ความแข็งแรงของสายรัดคาง: มีการดึงทดสอบว่าสายรัดคางจะหลุดหรือขาดง่ายหรือไม่
- มุมมอง: เลนส์หน้าหมวกต้องให้มุมมองที่กว้างเพียงพอ ไม่บิดเบือนการมองเห็น
สรุปคือ มอก. เป็นขั้นต่ำที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าหมวกใบนั้นมีคุณสมบัติพื้นฐานด้านความปลอดภัยตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ครับ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป ขับขี่ไม่เร็วมากนัก มอก. ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในระดับหนึ่ง
หมวกกันน็อก DOT: มาตรฐานอเมริกันสำหรับความเร็วสูง
ขยับขึ้นมาอีกสเต็ปก็คือมาตรฐาน DOT หรือ Department of Transportation ของประเทศสหรัฐอเมริกาครับ มาตรฐานนี้จะมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า มอก. อย่างเห็นได้ชัด เพราะ DOT มีจุดประสงค์เพื่อรับรองความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่บนทางหลวงที่มีความเร็วสูง หมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน DOT จะต้องผ่านการทดสอบที่โหดกว่า เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถปกป้องศีรษะได้ดีขึ้นในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูง
- การทดสอบแรงกระแทกที่รุนแรงกว่า: DOT จะทดสอบการกระแทกด้วยน้ำหนักที่สูงกว่าและจากความสูงที่มากกว่า มอก. รวมถึงการทดสอบการเจาะทะลุด้วย ทำให้หมวก DOT มีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า และชั้นดูดซับแรงกระแทกที่หนากว่า
- การทดสอบการยึดของสายรัดคาง: มีการทดสอบการดึงที่แรงกว่าเช่นกัน
- การครอบคลุมพื้นที่ศีรษะ: หมวก DOT จะต้องครอบคลุมพื้นที่ศีรษะที่มากกว่าหมวก มอก. บางประเภท เพื่อการป้องกันที่ครอบคลุม
ถ้าใครที่ชอบขับขี่ออกทริปต่างจังหวัด หรือใช้ความเร็วค่อนข้างสูงบ่อยๆ การเลือกหมวก DOT ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ เพราะให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้มากกว่า มอก. ชัดเจน
หมวกกันน็อก ECE: มาตรฐานยุโรปที่ได้รับการยอมรับระดับโลก
สำหรับมาตรฐาน ECE หรือ Economic Commission for Europe เป็นมาตรฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุโรป และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลกครับ ปัจจุบันคือ ECE 22.06 ซึ่งเป็นการอัปเดตจาก ECE 22.05 โดยมีการเพิ่มการทดสอบให้ครอบคลุมและสมจริงยิ่งขึ้น เช่น การทดสอบแรงกระแทกแบบเฉียง (Oblique Impact) ซึ่งจำลองการกระแทกที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนนได้ดีกว่าการกระแทกแบบตรงๆ ที่มาตรฐานเก่าๆ ใช้กัน
- การทดสอบแรงกระแทกแบบเฉียง: นี่คือหัวใจสำคัญของ ECE 22.06 ที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากการหมุนของสมองเมื่อเกิดการกระแทกในมุมต่างๆ
- จุดทดสอบที่มากขึ้น: ECE 22.06 มีการสุ่มจุดทดสอบบนหมวกมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าหมวกสามารถปกป้องได้ทั่วถึงทุกส่วน
- การทดสอบอุปกรณ์เสริม: มีการทดสอบอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่อาจติดมากับหมวกด้วย เช่น กล้องติดหมวก หรือบลูทูธ ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
หมวก ECE 22.06 จึงเป็นมาตรฐานที่มอบความปลอดภัยสูงสุดในปัจจุบัน และเป็นที่นิยมในกลุ่มนักแข่งมอเตอร์ไซค์มืออาชีพ หรือผู้ที่ต้องการการปกป้องที่ดีที่สุดครับ ราคาอาจจะสูงกว่าหมวก มอก. หรือ DOT แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้มา ผมว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนกับชีวิตของเรามากๆ ครับ
แล้วความปลอดภัยต่างกันแค่ไหนจริงๆ? คุ้มไหมที่จะจ่ายแพงขึ้น?
จากประสบการณ์ตรงของผม ผมกล้าพูดเลยว่าความปลอดภัยมันต่างกันจริงๆ ครับ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตัวเลขหรือคำโฆษณา ผมเคยเห็นคนรู้จักที่ประสบอุบัติเหตุแล้วใส่หมวกที่มีมาตรฐานสูงๆ อาการบาดเจ็บที่ศีรษะเบากว่าคนที่ใส่หมวกแค่ มอก. อย่างเห็นได้ชัด
การจ่ายเงินเพิ่มขึ้นหลายพันบาทสำหรับหมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน ECE หรือ DOT อาจจะดูแพงในตอนแรก แต่ลองคิดดูว่าชีวิตเรามีค่าแค่ไหน ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา การลงทุนกับหมวกกันน็อกดีๆ สักใบมันคือการลงทุนเพื่อปกป้องชีวิตตัวเองครับ
สำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกหมวกแบบไหนดี ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปรียบเทียบหมวกกันน็อกแต่ละมาตรฐานได้ที่ taladautocar.com เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ
ส่วนตัวผมเอง ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะนำให้เลือกหมวกกันน็อกที่มีมาตรฐาน ECE 22.06 ไปเลยครับ อาจจะต้องยอมควักเงินเพิ่มขึ้นหน่อย แต่ความสบายใจและชีวิตที่ปลอดภัยของเรานั้นประเมินค่าไม่ได้จริงๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น