
เคยไหมครับที่เดินเข้าร้านประดับยนต์ แล้วเจอพรมปูพื้นรถยนต์เต็มไปหมด เลือกไม่ถูก แถมบางทีซื้อมาแล้วก็ไม่ถูกใจ ต้องเสียเงินซ้ำสอง ผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นครับ โดยเฉพาะเรื่องพรม EVA กับพรมใยดักฝุ่นที่ช่วงหนึ่งฮิตกันมาก แต่พอใช้จริงมันมีรายละเอียดที่ต้องรู้มากกว่าแค่ราคาถูกหรือแพง
พรมปูพื้นรถยนต์ EVA ใยดักฝุ่น ต่างกันยังไงในมุมคนใช้จริง?
ตอนแรกผมก็คิดว่าพรมมันก็คือพรม จะ EVA หรือใยดักฝุ่นก็น่าจะเหมือนกัน แค่ซับฝุ่นได้ก็พอแล้ว แต่พอได้ลองใช้จริงถึงรู้ว่ามันมีจุดต่างที่ส่งผลต่อการใช้งานของเราเยอะมาก
-
พรมยาง EVA: จุดเด่นที่หลายคนชอบ...แต่ก็มีจุดอ่อน
พรม EVA จะเป็นแผ่นยางสังเคราะห์ที่ขึ้นรูปมาเป็นชิ้นเดียว ส่วนใหญ่จะมีลายตารางหรือรังผึ้งเพื่อดักฝุ่นและน้ำ ข้อดีที่เห็นชัดคือมันทำความสะอาดง่ายมากครับ แค่เอาออกมาสะบัด หรือฉีดน้ำล้างก็สะอาดแล้ว เรื่องความทนทานก็หายห่วง เพราะเป็นยางทั้งชิ้น ข้อเสียที่เจอคือเรื่องกลิ่นยางครับ โดยเฉพาะพรมที่คุณภาพไม่ดี อาจจะมีกลิ่นฉุนออกมา ซึ่งบางทีก็เป็นกลิ่นจากกระบวนการผลิต ไม่ใช่แค่จากตัวยางเอง
-
พรมใยดักฝุ่น: นุ่มสบาย แต่ต้องดูให้ดี
พรมใยดักฝุ่น หรือที่เรียกกันว่าพรมไวนิล จะเป็นเส้นใย PVC พันกันเป็นเกลียวๆ ทำให้เกิดช่องว่างสำหรับดักฝุ่นได้ดีเยี่ยม เวลานั่งในรถจะรู้สึกนุ่มสบายเท้ากว่าพรม EVA อย่างชัดเจนเลยครับ แต่ข้อเสียที่ผมเจอคือเรื่องการทำความสะอาด ถ้าฝุ่นเยอะๆ หรือมีน้ำหกเข้าไป มันจะอมอยู่ข้างในแล้วทำความสะอาดค่อนข้างยาก ต้องเคาะแรงๆ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นช่วย ส่วนเรื่องกลิ่น ถ้าเป็นพรมใยดักฝุ่นคุณภาพดีๆ จะไม่มีกลิ่นกวนใจครับ แต่ถ้าเจอของถูกๆ เกรดต่ำๆ ก็อาจจะมีกลิ่นพลาสติกออกมาได้เหมือนกัน
เลือกพรมแบบไหนดี ไม่ให้เสียเงินซ้ำสอง?
จากประสบการณ์ตรง ผมมีทริคมาฝากครับ
-
ดูที่ "วัสดุ" และ "ความหนา" เป็นอันดับแรก
สำหรับพรม EVA ให้ลองดมกลิ่นดูก่อนครับ ถ้ามีกลิ่นยางฉุนๆ แรงๆ ตั้งแต่แรก ให้เลี่ยงไปเลย เพราะกลิ่นมันจะติดอยู่ในรถเรานานมาก ส่วนความหนาของพรมก็สำคัญ ยิ่งหนายิ่งทนและช่วยซับเสียงได้ดีขึ้นเล็กน้อย สังเกตว่าพรม EVA ที่ดีควรจะมีความยืดหยุ่นพอสมควร ไม่แข็งเปราะง่าย
ส่วนพรมใยดักฝุ่น ให้ดูความแน่นของเส้นใยครับ ถ้าเส้นใยถี่ๆ ฟูๆ จะดักฝุ่นได้ดีกว่า และไม่ล้มง่ายเมื่อใช้งานไปนานๆ ลองเอามือกดๆ ดู ถ้ามันยุบตัวง่ายเกินไปแสดงว่าความหนาแน่นของใยไม่ค่อยดี
-
อย่าลืมเรื่อง "กันลื่น" และ "เข้ารูป"
พรมที่ดีต้องมีปุ่มกันลื่น หรือตัวยึดกับพื้นรถยนต์ให้แน่นหนา เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ครับ พรมที่เลื่อนไปมาได้ง่ายๆ เสี่ยงต่อการไปขัดแป้นเหยียบเบรกหรือคันเร่งได้ และที่สำคัญคือต้องเข้ารูปกับรถเราเป๊ะๆ จะช่วยให้ดูสวยงามและไม่ขยับไปมา พรมที่ตัดมาไม่ได้ขนาด อาจจะทำให้ฝุ่นเล็ดลอดลงไปข้างใต้ได้ง่าย หรือขัดขวางการทำงานของเบาะและอุปกรณ์อื่นๆ
-
เรื่อง "กลิ่น" ไม่ได้มาจากพรมเสมอไป
หลายคนกังวลเรื่องกลิ่นยางจากพรม EVA แต่จริงๆ แล้ว กลิ่นในรถยนต์ของเราอาจจะมาจากหลายแหล่งครับ เช่น พรมที่ใช้ไปนานๆ แล้วอมความชื้น, คราบสกปรกสะสม, หรือแม้แต่แอร์รถยนต์ที่ไม่ได้รับการล้างทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเปลี่ยนพรมใหม่แล้วยังมีกลิ่น ลองพิจารณาทำความสะอาดภายในรถอย่างละเอียด หรือล้างแอร์ดูครับ จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า
สรุปคือ การเลือกพรมปูพื้นรถยนต์ ไม่ใช่แค่เลือกที่ราคาครับ แต่ต้องดูที่คุณภาพของวัสดุ การใช้งานจริง และความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนตัวผม ถ้าเน้นทำความสะอาดง่ายและทนทาน จะเลือก พรมยาง EVA คุณภาพดี ที่ไม่มีกลิ่น ส่วนถ้าชอบความนุ่มสบายเท้า ก็จะเลือกพรมใยดักฝุ่นเกรดพรีเมียมครับ ลองเอาทริคพวกนี้ไปใช้ดูนะครับ รับรองว่าได้พรมที่ถูกใจ ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนแน่นอน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น