
สมัยก่อนผมก็เป็นคนนึงที่งงๆ กับพวกน้ำยาดูแลสีรถนี่แหละครับ เห็นมีทั้งแบบสเปรย์ แบบน้ำยาข้นๆ เอามาขัด บางทีก็อ่านฉลากแล้วยิ่งงงไปใหญ่ ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี พอได้ลองผิดลองถูกเองเยอะๆ เข้า เลยพอจับทางได้ว่าไอ้สองอย่างนี้มันต่างกันยังไง และอันไหนควรใช้ตอนไหน
สเปรย์เคลือบสีรถ: ง่าย เร็ว เหมาะกับรถที่ดูแลสม่ำเสมอ
สำหรับรถที่ดูแลสีอยู่แล้ว คือล้างบ่อยๆ และสีรถไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก สเปรย์เคลือบสีนี่แหละครับคือพระเอกเลย ข้อดีคือมันใช้ง่ายมากๆ แค่ฉีดแล้วเช็ดแป๊บเดียวก็เงาแล้ว เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา หรือชอบดูแลรถบ่อยๆ อาทิตย์ละครั้งอะไรแบบนี้
- ความถี่ที่แนะนำ: ผมใช้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ครั้ง หรือทุกครั้งหลังล้างรถใหญ่ๆ เลย เพื่อเพิ่มชั้นฟิล์มป้องกันบางๆ ให้สีรถดูสดใสและกันน้ำเกาะ
- สภาพสีที่เหมาะ: รถใหม่ หรือรถที่สีไม่มีรอยขนแมวชัดเจนมากนัก แค่ต้องการเพิ่มความเงาและป้องกันสิ่งสกปรกเล็กน้อย
- ข้อควรระวัง: สเปรย์บางยี่ห้ออาจทิ้งคราบขาวบนพลาสติกดำได้ ถ้าไม่ระวังตอนฉีด ผมชอบฉีดใส่ผ้าก่อนแล้วค่อยเช็ด จะควบคุมได้ดีกว่า
น้ำยาขัดสีรถ: งานหนัก เน้นแก้ปัญหา เหมาะกับรถที่สีเริ่มหมอง
คือน้ำยาขัดนี่มันคนละฟังก์ชันกับสเปรย์เลยครับ ตัวนี้จะเน้นเรื่องการลบรอย ลบคราบฝังแน่น หรือปรับสภาพผิวสีที่เริ่มหมองจากแดด จากคราบสกปรกที่เกาะแน่นจนล้างไม่ออก คือถ้าสีรถคุณเริ่มมีรอยขนแมวชัดๆ หรือผิวสีเริ่มหยาบๆ ไม่เรียบลื่นเหมือนเดิม อันนี้ต้องพึ่งน้ำยาขัดล่ะ
- วิธีใช้ที่ต่างกัน: การขัดสีต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะมันคือการขจัดชั้นผิวสีเก่าออกไปบางๆ เพื่อเผยผิวสีใหม่ที่อยู่ข้างใต้ ผมเคยลองใช้มือขัดเองกับรถคันเก่าๆ ที่มีรอยเยอะๆ ก็พอไหว แต่ถ้าจะเอาจริงเอาจัง หรือรถสีเข้ม ผมแนะนำใช้เครื่องขัดรอบต่ำจะช่วยให้งานเนียนกว่าและประหยัดแรงไปได้เยอะ
- ความถี่: ไม่ได้ทำบ่อยเหมือนสเปรย์ครับ ผมจะทำก็ต่อเมื่อเห็นว่าสีรถเริ่มมีปัญหาจริงๆ อาจจะปีละครั้ง หรือสองปีครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานรถ
- หลังขัด: สำคัญมาก! หลังขัดสีเสร็จ ผิวสีรถจะเปิดและไม่มีชั้นปกป้องใดๆ เลย จำเป็นต้องลงน้ำยาเคลือบสีทับทันที ไม่ว่าจะเป็นแว็กซ์ หรือน้ำยาเคลือบเซรามิก เพื่อปกป้องผิวสีใหม่ที่เราเพิ่งเปิดมา
สรุปทริคง่ายๆ ในการเลือกใช้
ถ้าจะให้สรุปแบบรวบรัดเลยนะครับ
- อยากให้รถเงาไวๆ และสีรถยังดีอยู่: หยิบสเปรย์เคลือบสีมาใช้ได้เลย
- สีรถเริ่มหมอง มีรอยขนแมว หรือคราบฝังแน่น: ถึงเวลาใช้น้ำยาขัดสี แล้วอย่าลืมตามด้วยน้ำยาเคลือบสีเพื่อปกป้องผิวสีใหม่ด้วยนะ
ส่วนตัวผมเองก็ใช้ทั้งสองแบบผสมผสานกันไปครับ สเปรย์นี่ใช้บ่อยสุด ส่วนน้ำยาขัดก็เก็บไว้เป็นอาวุธลับตอนที่สีรถเริ่มไม่ไหวจริงๆ การรู้หลักการทำงานของมันช่วยให้เราเลือกใช้ได้ถูกกับสถานการณ์และประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะเลย สำหรับใครที่อยากเจาะลึกรายละเอียดเพิ่มเติม ลองอ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar ได้เลยครับ เขามีเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแบบเห็นภาพชัดๆ เลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น