
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนะ ผมจะงงมากว่าตกลงเคลือบสีกับแว็กซ์รถยนต์มันต่างกันยังไง ต้องทำอันไหนก่อน? หรือทำแค่บางอย่างก็พอ? เคยซื้อน้ำยามาลองเองก็มี ทั้งแบบที่เขียนว่าเคลือบสีบ้าง แว็กซ์บ้าง ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ได้ต่างกันชัดเจนจนจะเลือกถูก บางทีก็เปลืองเงินเปล่าๆ เพราะเลือกไม่ถูกนี่แหละครับ กว่าจะเข้าใจว่ามันทำงานคนละชั้นกัน ก็หมดค่าลองผิดลองถูกไปพอสมควรเลย
ปัญหาหลักๆ ที่เจอตอนนั้นคือ รถสีไม่ฉ่ำเงาเหมือนตอนออกใหม่ๆ ยิ่งรถที่จอดตากแดดบ่อยๆ นี่เห็นชัดเลยว่าสีเริ่มหมองๆ ยิ่งเวลาฝนตกแล้วคราบน้ำเกาะนี่มันกวนใจจริงๆ ครับ พอลองหาข้อมูลก็เจอว่ามันมีทั้งเคลือบสี แว็กซ์ ขัดสี เคลือบแก้ว สารพัดจะทำ แล้วตกลงมันคืออะไรกันแน่? วันนี้ผมจะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาครับ
เคลือบสี vs แว็กซ์: ทำงานคนละอย่างกันเลยนะ
สิ่งที่ผมเรียนรู้มาคือ เคลือบสีกับแว็กซ์มันทำงานกันคนละชั้นจริงๆ ครับ
- เคลือบสี: อันนี้คือตัวสร้างชั้นฟิล์มป้องกันให้ผิวสีรถเราเลยครับ เหมือนเป็นเกราะบางๆ ที่คลุมผิวสีไว้อีกที ช่วยปกป้องสีรถจากแดด ฝน มลภาวะ และรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ ได้ดีขึ้น น้ำยาเคลือบสีส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของโพลิเมอร์หรือสารสังเคราะห์ที่ทนทานสูง ทำให้ชั้นเคลือบอยู่ได้นานกว่า โดยปกติแล้ว การเคลือบสีทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำยาและการใช้งาน ถ้าเป็นเคลือบแก้วก็จะอยู่ได้นานกว่านั้นมากครับ การทำเคลือบสีรถยนต์ที่อู่หรือศูนย์บริการมืออาชีพจะมีการเตรียมผิวสีอย่างละเอียดก่อน เพื่อให้ชั้นเคลือบยึดเกาะได้ดีที่สุด
- แว็กซ์: สำหรับแว็กซ์เนี่ย ผมเข้าใจว่ามันคือการบำรุงและฟื้นฟูความเงางามของสีรถมากกว่าครับ แว็กซ์จะเติมเต็มรอยขนแมวเล็กๆ บนผิวสีรถ ทำให้ผิวสีดูเรียบเนียนขึ้น สะท้อนแสงได้ดีขึ้น รถเลยดูเงาวับฉ่ำตา แว็กซ์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของขี้ผึ้งธรรมชาติอย่างคาร์นูบา หรือสารสังเคราะห์ที่ช่วยเพิ่มความเงาและทำให้ผิวลื่นขึ้น แว็กซ์จะอยู่ได้ไม่นานเท่าเคลือบสีครับ ปกติก็ประมาณ 2-4 สัปดาห์ การลงแว็กซ์บ่อยๆ จะช่วยให้รถดูใหม่และเงางามอยู่เสมอ
เลือกแค่อย่างเดียวได้ไหม?
คำตอบคือ ได้ครับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะต่างกัน
- ถ้าคุณเน้นการปกป้องเป็นหลัก อยากให้สีรถทนทานต่อสภาพอากาศและมลภาวะ รวมถึงป้องกันรอยขีดข่วนเล็กๆ น้อยๆ การเคลือบสีเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าครับ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่มีเวลาดูแลรถบ่อยๆ การเคลือบสีจะช่วยให้คุณสบายใจไปได้พักใหญ่ๆ
- แต่ถ้าคุณเน้นความเงางามฉ่ำวาวเป็นพิเศษ ชอบให้รถดูเหมือนใหม่ตลอดเวลา และพอมีเวลาลงแว็กซ์เองบ่อยๆ การแว็กซ์รถก็ตอบโจทย์ครับ มันเหมือนกับการบำรุงผิวสีรถให้ดูสดใสอยู่เสมอ แต่ก็อย่าลืมว่าการป้องกันจากแว็กซ์จะไม่ทนทานเท่าการเคลือบสี
ใช้คู่กันดีที่สุด
จากประสบการณ์ตรง ผมว่าการใช้ทั้งเคลือบสีและแว็กซ์คู่กันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ
- ขั้นตอนที่ 1: เคลือบสีเพื่อปกป้อง เริ่มต้นด้วยการเคลือบสีรถยนต์ก่อน เพื่อสร้างชั้นฟิล์มป้องกันที่แข็งแรงให้กับผิวสีรถ ปกป้องสีรถจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสีซีดจางหรือรอยขีดข่วนง่ายๆ ครับ
- ขั้นตอนที่ 2: แว็กซ์เพื่อความเงางามและบำรุงรักษา หลังจากเคลือบสีไปแล้ว ให้ลงแว็กซ์ทับอีกที การลงแว็กซ์จะช่วยเพิ่มความเงางามฉ่ำวาวให้กับรถ ทำให้สีรถดูสดใสและเหมือนใหม่ตลอดเวลา นอกจากนี้ แว็กซ์ยังช่วยเติมเต็มชั้นเคลือบสีที่อาจจะเริ่มเสื่อมสภาพไปบ้างได้อีกด้วยครับ ผมจะลงแว็กซ์ทุก 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าล้างรถบ่อยแค่ไหน และน้ำยาแว็กซ์ที่ใช้เป็นแบบไหน
ทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมใช้คือ เวลาเลือกน้ำยาเคลือบสีหรือแว็กซ์ ให้ดูจากประเภทของรถและสภาพแวดล้อมที่เราใช้รถเป็นหลักครับ ถ้าจอดรถกลางแจ้งบ่อยๆ ก็ควรเลือกน้ำยาเคลือบสีที่มีค่าการป้องกัน UV สูงๆ หน่อย ส่วนแว็กซ์ก็เลือกแบบที่เพิ่มความเงาได้ดี และที่สำคัญคือต้องล้างรถให้สะอาดหมดจดก่อนลงน้ำยาเสมอ เพื่อไม่ให้มีฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไปติดอยู่ใต้ชั้นเคลือบ ทำให้เกิดรอยได้ครับ
สรุปคือ เคลือบสีคือเกราะป้องกัน ส่วนแว็กซ์คือเครื่องสำอางบำรุงผิวครับ ใช้คู่กันก็เหมือนมีทั้งเกราะป้องกันและบำรุงผิวไปพร้อมๆ กันนั่นแหละครับ ลองดูนะครับ แล้วจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนเลยครับ ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำยาเคลือบสีและแว็กซ์ ก็ลองดูได้ที่ บทความจาก TaladAutoCar ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น