
ขี่มอเตอร์ไซค์มานาน ไม่ว่าจะสายซิ่งหรือสายใช้งานทั่วไป สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยคือเรื่องยาง บางทีเจอถนนเปียกแล้วใจหวิว หรือรู้สึกว่ารถมันไม่เกาะถนนเหมือนเดิม นั่นแหละสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาเช็กยางแล้ว
สมัยก่อนผมก็คิดว่าเรื่องยางนี่ต้องให้ช่างทำเท่านั้นแหละ จะเปลี่ยนเองได้ไง? แต่พอเจอร้านปิดวันหยุดยาว หรือยางรั่วกลางทางบ่อยๆ เข้า ก็เลยต้องลองศึกษาดู พอได้ลองทำเองจริงๆ ก็พบว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ แถมยังประหยัดเงินไปได้เยอะเลย และสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกยางนี่แหละ ว่ายางแข็ง-ยางนิ่ม อันไหนดีกว่ากัน แล้วแบบไหนกันแน่ที่ช่วยให้เราไม่เหินน้ำเวลาเจอฝน
เปลี่ยนยางมอเตอร์ไซค์เอง...ทำได้จริงดิ?
บอกเลยว่า ทำได้แน่นอนครับ! แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีอุปกรณ์ครบมือและใจเย็นพอสมควร
- เครื่องมือจำเป็น: แม่แรงยกรถ (ถ้ามี), ประแจถอดล้อ (เบอร์ 17-19 มม. แล้วแต่รุ่นรถ), เหล็กงัดยาง 2-3 อัน, น้ำยาหล่อลื่นยาง (สบู่ผสมน้ำก็ได้), ปั๊มลมพร้อมเกจวัดแรงดัน
- ขั้นตอนคร่าวๆ:
- ยกรถให้ล้อลอย ถอดนอตยึดล้อออก
- ปล่อยลมยางเก่าออกให้หมด
- ใช้เหล็กงัดยางค่อยๆ งัดขอบยางเก่าออกจากขอบล้อ (ขั้นตอนนี้ต้องระวังขอบล้อเป็นรอย)
- ทำความสะอาดขอบล้อ
- ทาน้ำยาหล่อลื่นที่ขอบยางใหม่ แล้วค่อยๆ ใส่ยางใหม่เข้าไปในขอบล้อ
- เติมลมยางตามค่ามาตรฐานที่ระบุบนตัวยางหรือคู่มือรถ
- ประกอบล้อกลับเข้าที่
สิ่งสำคัญคือต้องดูทิศทางการหมุนของยางด้วยนะครับ ส่วนใหญ่จะมีลูกศรกำกับอยู่บนแก้มยาง ถ้าใส่ผิดทิศทางประสิทธิภาพการรีดน้ำจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลย
ยางแข็ง vs ยางนิ่ม: อันไหนเกาะถนนดีกว่า?
เคยสงสัยเหมือนกันใช่ไหมครับว่ายางแบบไหนดีกว่ากัน ผมลองใช้มาทั้งสองแบบแล้วพอจะสรุปได้ประมาณนี้:
-
ยางนิ่ม:
ข้อดี: เกาะถนนได้ดีกว่า โดยเฉพาะบนพื้นผิวแห้งและพื้นผิวที่ขรุขระเล็กน้อย เพราะหน้ายางสัมผัสพื้นได้เต็มที่และยืดหยุ่นไปตามสภาพถนน ระยะเบรกสั้นลง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลในการขับขี่
ข้อเสีย: สึกหรอเร็วกว่ายางแข็ง อายุการใช้งานสั้นกว่า และอาจมีราคาแพงกว่านิดหน่อย -
ยางแข็ง:
ข้อดี: ทนทาน ใช้งานได้นานกว่ายางนิ่ม เหมาะกับการขับขี่ระยะทางไกลๆ หรือใช้รถทุกวันบนถนนที่ไม่ได้ต้องการการยึดเกาะสูงมากนัก ราคาประหยัดกว่า
ข้อเสีย: การยึดเกาะถนนด้อยกว่ายางนิ่ม โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกหรือลื่น อาจรู้สึกกระด้างกว่าเล็กน้อย
โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าเน้นการขับขี่ที่ปลอดภัยเป็นหลักและไม่ได้ซีเรียสเรื่องงบประมาณมากนัก ผมจะเลือกยางนิ่มครับ รู้สึกมั่นใจกว่าเยอะ
ยางแบบไหนกันแน่ที่ "ไม่เหินน้ำ"?
เรื่องเหินน้ำนี่เป็นปัญหาใหญ่เวลาเจอฝนตกหนักๆ เลยครับ สาเหตุหลักๆ คือน้ำที่อยู่ใต้หน้ายางระบายออกไม่ทัน ทำให้ยางลอยอยู่บนชั้นน้ำชั่วขณะ ซึ่งอันตรายมาก
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ยางไม่เหินน้ำคือ "ดอกยาง" และ "แรงดันลมยาง"
- ดอกยาง: ควรเลือกยางที่มีร่องดอกยางลึกและมีลายดอกยางที่ออกแบบมาเพื่อการรีดน้ำโดยเฉพาะ (สังเกตลายดอกยางที่ดูเหมือนจะ "กวาด" น้ำออกไปด้านข้าง) ยางที่ดอกยางสึกหรอจนตื้นแล้ว ถึงจะเป็นยางนิ่มแค่ไหนก็เสี่ยงเหินน้ำได้ง่ายครับ
- แรงดันลมยาง: ต้องเติมลมยางให้อยู่ในค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด ห้ามเติมอ่อนเกินไปเด็ดขาด! เพราะจะทำให้หน้ายางบิดตัวผิดรูป และประสิทธิภาพการรีดน้ำลดลงอย่างมาก รวมถึงการควบคุมรถก็จะแย่ลงด้วยครับ
ผมเคยลองมาแล้วว่าถ้าดอกยางยังดีอยู่แล้วเติมลมยางตามเกณฑ์เนี่ย เวลาเจอแอ่งน้ำบนถนน การเหินน้ำจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ บางทีก็แทบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ
สรุปทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
จากประสบการณ์ตรง สิ่งที่ผมอยากแนะนำคือ:
- รู้สภาพรถตัวเอง: ดูว่ารถคุณใช้ยางแบบไหน (Tubeless หรือ Tube Type) และขนาดยางเท่าไหร่ (เช่น 80/90-14)
- เลือกยางให้เหมาะกับการใช้งาน: ถ้าเน้นประสิทธิภาพการเกาะถนนและความปลอดภัย เลือกยางนิ่มดอกยางดีๆ ไปเลยครับ คุ้มค่ากว่ากันเยอะ หรือถ้าอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยางมอเตอร์ไซค์และการเลือก ให้ลองอ่านฉบับเต็มได้ที่ TaladAutoCar
- เช็กลมยางสม่ำเสมอ: อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง หรือก่อนออกเดินทางไกลๆ เติมลมให้ได้ตามค่ามาตรฐาน
- สังเกตดอกยาง: ถ้ายางเริ่มสึกหรอจนดอกยางตื้นแล้ว หรือมีรอยแตกร้าวเล็กๆ น้อยๆ ถึงเวลาเปลี่ยนใหม่แล้วครับ อย่ารอให้ถึงที่สุด
การดูแลยางเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือจุดเดียวที่เชื่อมรถเราเข้ากับถนนนั่นเองครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น