
จำได้ว่าตอนเริ่มหัดซ่อมรถเองใหม่ๆ สิ่งแรกที่ซื้อคือประแจบล็อกชุดใหญ่ไฟกระพริบ เห็นว่ามีหลายตัว ดูครบดี ราคาก็ไม่แพงมาก สรุปคือใช้ได้ไม่กี่ครั้งก็เริ่มมีปัญหา ลูกบล็อกรูดบ้าง ด้ามขันก็งอ พังซะก่อนจะคุ้มทุน ทำให้เสียเวลาและเสียอารมณ์ไปเยอะ เลยมานั่งคิดว่าพลาดตรงไหนไป
หลังจากลองผิดลองถูกมาพักใหญ่ ได้คุยกับช่างตัวจริงบ้าง หาข้อมูลบ้าง ก็พอจะจับจุดได้ว่าการเลือกประแจบล็อกมันมีอะไรมากกว่าแค่ราคาถูกหรือจำนวนชิ้นเยอะๆ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และทริคที่ผมได้เรียนรู้มาครับ
1. ไม่ใช่แค่ Cr-V แต่ต้องดูคุณภาพการผลิตด้วย
หลายคนคงเคยได้ยินว่าประแจบล็อกที่ดีต้องเป็นเกรด Cr-V หรือ Chrome Vanadium ซึ่งมันก็จริงครับ Cr-V เป็นส่วนผสมของเหล็กที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ทนทานต่อการสึกหรอ และป้องกันสนิมได้ดีกว่าเหล็กธรรมดา แต่ประเด็นคือไม่ใช่ Cr-V ทุกชิ้นจะคุณภาพเท่ากันหมด
- Cr-V แท้ vs. Cr-V เทียม: บางยี่ห้ออาจจะระบุว่า Cr-V แต่เนื้อเหล็กจริงอาจจะมีส่วนผสมที่ไม่สมดุล หรือผ่านกระบวนการชุบแข็ง (Heat Treatment) ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร สังเกตได้จากผิวงานที่ไม่เรียบ มีรอยขรุขระ หรือน้ำหนักที่เบาผิดปกติ
- เกรด Cr-Mo (Chrome Molybdenum): ถ้าอยากได้ดีกว่า Cr-V ก็ต้องมองหา Cr-Mo ครับ เพราะ Cr-Mo มีความแข็งแกร่งและทนแรงบิดได้สูงกว่า เหมาะสำหรับงานหนักที่ต้องใช้แรงเยอะ หรือใช้กับบล็อกลม บล็อกไฟฟ้า
ทริคของผมคือถ้าเป็นไปได้ ให้ลองจับน้ำหนักและสังเกตผิวงาน ถ้าดูเรียบเนียน ไม่มีตำหนิ น้ำหนักสมดุล ก็มีแนวโน้มว่าคุณภาพจะดีครับ
2. เลือกชุดที่ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่มีเยอะ
ตอนแรกคิดว่าชุดใหญ่คุ้มกว่า แต่เอาเข้าจริงใช้แค่ไม่กี่เบอร์เองครับ
- ลูกบล็อก: สำหรับรถยนต์ทั่วไป เบอร์ที่ใช้บ่อยๆ ก็จะมีตั้งแต่ 8mm, 10mm, 12mm, 14mm, 17mm, 19mm, 21mm, 24mm และพวกเบอร์สำหรับล้อรถยนต์ ถ้าเป็นรถญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ใช้เบอร์เมตริก (mm) แต่ถ้าเป็นรถยุโรปบางรุ่น อาจจะต้องมีเบอร์นิ้ว (inch) ติดบ้านไว้ด้วย ชุดเริ่มต้นที่แนะนำคือพวกชุด 24 ชิ้น หรือ 46 ชิ้น ที่มีลูกบล็อกเบอร์พื้นฐานครบๆ พร้อมด้ามขัน ด้ามต่อ และข้ออ่อน
- ขนาดของด้ามขัน (Drive Size): หลักๆ มี 3 ขนาดคือ 1/4 นิ้ว, 3/8 นิ้ว และ 1/2 นิ้ว
- 1/4 นิ้ว: เหมาะกับงานเล็กๆ ในห้องเครื่อง หรือจุดที่เข้าถึงยาก แรงบิดไม่สูงมาก
- 3/8 นิ้ว: เป็นขนาดกลางๆ ใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ขันน็อตทั่วไปไปจนถึงงานซ่อมบำรุงเล็กน้อยถึงปานกลาง
- 1/2 นิ้ว: สำหรับงานหนักๆ อย่างเช่นขันน็อตล้อ ถอดช่วงล่าง หรือส่วนที่ต้องการแรงบิดสูงๆ
3. ประแจบล็อกราคาถูกที่ไม่ควรแตะ
จากประสบการณ์ตรง ประแจบล็อกที่ราคาถูกจนน่าตกใจ มักจะมีปัญหาตามมาเสมอ
- เหล็กอ่อน: ลูกบล็อกรูดง่าย เวลาขันแรงๆ จะทำให้หัวน็อตเสียหายได้
- ด้ามขันหัก/งอ: เคยเจอแบบขันๆ ไปแล้วด้ามงอคามือก็มีครับ
- สนิมขึ้นเร็ว: วัสดุคุณภาพต่ำ ไม่มีการเคลือบผิวที่ดี ทำให้สนิมขึ้นง่าย เก็บไว้ไม่นานก็พัง
ของพวกนี้บางทีซื้อมาใช้ไม่กี่ทีก็ต้องทิ้ง เสียเงินซ้ำซ้อนเปล่าๆ ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกหน่อย แต่ได้ของดีมีคุณภาพ ใช้ได้นานๆ คุ้มกว่าเยอะครับ
สรุปทริคติดตัว
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาประแจบล็อก ผมแนะนำว่าให้ลงทุนกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง อาจจะไม่ต้องถึงขั้นแพงหูฉี่ แต่ก็ไม่ใช่ของที่ถูกจนน่าสงสัย ลองมองหาชุดที่มีลูกบล็อกเบอร์ที่เราใช้บ่อยๆ พร้อมด้ามขันขนาด 3/8 หรือ 1/2 นิ้ว ที่ทำจาก Cr-V แท้ๆ หรือถ้าดีหน่อยก็ Cr-Mo ก็จะช่วยให้คุณทำงานซ่อมบำรุงรถได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยครับ
ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประแจบล็อกแต่ละประเภทและคำแนะนำในการเลือกซื้อ ลองเข้าไปอ่านบทความดีๆ จาก TaladAutoCar ได้เลยครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น