
จำได้ว่าเมื่อก่อนขับมอเตอร์ไซค์ทางไกลทีไร แสงแดดช่วงบ่ายมันกวนใจสุดๆ ยิ่งตอนเดินทางข้ามจังหวัดนี่ต้องจอดแวะบ่อยมาก เพราะแสบตาจนมองทางไม่ถนัด บางทีถึงขั้นต้องเบี่ยงรถเข้าข้างทางเพื่อยกชิลด์หน้าขึ้นมาแล้วใส่แว่นกันแดดข้างใน แต่สุดท้ายลมก็ตีตาจนน้ำตาไหลอยู่ดี เลยมองหาหมวกกันน็อกที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ แล้วก็มาเจอสองทางเลือกหลักๆ คือหมวกกันน็อกแบบ 2 ชิลด์ กับหมวกที่ใส่ชิลด์กันแดดภายนอกเพิ่ม ผมลองมาหมดแล้วครับ เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงว่าแบบไหนเหมาะกับใคร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
หมวกกันน็อก 2 ชิลด์: สะดวกสบาย แต่มีข้อจำกัด
ตอนแรกที่ได้หมวกกันน็อกแบบ 2 ชิลด์มา ผมนี่โคตรแฮปปี้เลยครับ เพราะมันตอบโจทย์ความสะดวกสบายได้ดีเยี่ยม จะแดดจ้าหรือเข้าอุโมงค์ ก็แค่เลื่อนชิลด์ด้านในขึ้นลงได้เลย ไม่ต้องพกแว่น ไม่ต้องจอดรถให้เสียเวลา
- ความสะดวก: อันนี้ต้องยกให้จริงๆ ครับ กดปุ่มเดียวชิลด์กันแดดก็เลื่อนลงมาบังตาได้ทันที เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องขับผ่านสภาพแสงที่เปลี่ยนบ่อยๆ เช่น เข้า-ออกอุโมงค์ หรือจากแดดจัดไปเจอเงาต้นไม้
- ข้อจำกัดเรื่องทัศนวิสัย: นี่แหละคือจุดที่ผมเจอเข้ากับตัว ชิลด์กันแดดด้านในส่วนใหญ่จะไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่การมองเห็นทั้งหมดแบบ 100% คือมันจะสั้นกว่าชิลด์ใสหลัก และบางทีขอบล่างของชิลด์กันแดดจะอยู่ตรงระดับสายตาพอดี ทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาบดบังเล็กน้อย ยิ่งถ้าหมวกไม่พอดีกับรูปหน้าหรือตำแหน่งของตาเรา มันก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายตา
- ปัญหาเรื่องฝ้า: เป็นอีกเรื่องที่เจอได้บ่อย โดยเฉพาะหน้าฝนหรือตอนอากาศเย็นๆ ชิลด์ด้านในมันใกล้กับจมูกเรามากกว่าชิลด์หลัก ทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายกว่า และถ้าหมวกไม่มีระบบระบายอากาศที่ดีพอ หรือไม่มี Pinlock รองรับสำหรับชิลด์ด้านใน ก็จะยิ่งเป็นปัญหา
- การทำความสะอาด: ชิลด์ด้านในมักจะมีช่องว่างระหว่างชิลด์ใสกับชิลด์กันแดด ทำให้ฝุ่นเข้าไปสะสมได้ง่าย เวลาจะทำความสะอาดก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่ไม่สามารถถอดออกมาล้างได้ง่ายๆ เหมือนชิลด์หลัก
ชิลด์กันแดดภายนอก (External Sun Visor): คุ้มค่า แต่แลกมาด้วยอะไร?
หลังจากลองแบบ 2 ชิลด์ไปพักใหญ่ ผมก็ลองเปลี่ยนมาใช้หมวกที่ใส่ชิลด์กันแดดแบบปรอทหรือฟิล์มสีทึบไปเลย ข้อดีของมันคือมันครอบคลุมการมองเห็นได้เต็มที่ และกันแดดได้ดีกว่าแบบ 2 ชิลด์อย่างชัดเจน
- ประสิทธิภาพการกันแดด: ชิลด์แบบนี้กันแดดได้ดีกว่ามากครับ มองสบายตาเหมือนใส่แว่นกันแดดดีๆ เลย เหมาะกับคนที่ขับขี่กลางแจ้งบ่อยๆ และไม่ค่อยเจอสภาพแสงที่เปลี่ยนฉับพลัน
- ทัศนวิสัยเต็มตา: เพราะมันเป็นชิลด์หลักที่ติดตั้งอยู่ด้านนอก ทำให้การมองเห็นไม่มีอะไรมาบดบัง ขอบชิลด์ไม่มากวนสายตาเหมือนแบบ 2 ชิลด์
- ความไม่สะดวก: ข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดคือความไม่สะดวกครับ ถ้าขับๆ อยู่แล้วเข้าอุโมงค์ หรือฟ้าเริ่มมืด คุณต้องยกชิลด์ขึ้นทั้งหมด หรือไม่ก็ต้องพกชิลด์ใสสำรองไปเปลี่ยน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและอันตรายถ้าต้องทำขณะขับขี่
- การดูแลรักษา: ชิลด์ปรอทหรือชิลด์ฟิล์มสีมักจะเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่าชิลด์ใสปกติ เพราะผิวเคลือบที่ทำหน้าที่กันแดดจะมีความละเอียดอ่อน หากไม่ระมัดระวังในการทำความสะอาดอาจทำให้เกิดรอยได้ง่ายครับ
สรุปทริคติดตัว เลือกยังไงให้เหมาะกับเรา
จากประสบการณ์ตรงของผม สิ่งที่ได้เรียนรู้คือไม่มีอะไรดีที่สุดสำหรับทุกคนครับ มันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การขับขี่และเส้นทางที่คุณใช้เป็นหลัก
- สำหรับสายเดินทางไกล ออกทริปบ่อย เจอแดดเยอะ: ถ้าคุณเดินทางไกลบ่อยๆ และส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่แดดจัด ผมแนะนำให้เลือกหมวกที่สามารถติดตั้งชิลด์กันแดดภายนอกได้ดีกว่าครับ อาจจะลำบากหน่อยตอนเจออุโมงค์หรือตอนค่ำ แต่เรื่องการกันแดดและการมองเห็นที่คมชัดจะดีกว่าเยอะ และถ้ายังกังวลเรื่องการเปลี่ยนชิลด์ ผมแนะนำให้เลือกหมวกที่มีระบบ Quick Release ที่เปลี่ยนชิลด์ได้ง่ายๆ จะช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากไปได้มาก
- สำหรับสายขับในเมือง เจอแสงเปลี่ยนบ่อย: ถ้าเน้นขับในเมือง หรือเส้นทางที่มีการเปลี่ยนแสงบ่อยๆ เช่น มีอุโมงค์เยอะ หรือต้องเข้าออกอาคาร หมวกกันน็อกแบบ 2 ชิลด์จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกได้ดีกว่าครับ แต่ให้เลือกแบบที่ชิลด์ด้านในมีขนาดใหญ่พอสมควร ไม่บดบังสายตา และมีระบบระบายอากาศที่ดีเพื่อลดปัญหาฝ้า
- เรื่องงบประมาณ: หมวกกันน็อก 2 ชิลด์ส่วนใหญ่จะมีราคาที่สูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหมวกแบบชิลด์เดียวที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ถ้าคุณเลือกหมวกที่ใส่ชิลด์กันแดดภายนอก คุณอาจจะต้องจ่ายเพิ่มสำหรับชิลด์กันแดด ซึ่งบางทีราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันครับ อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและราคาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องลองใส่จริงก่อนซื้อครับ ลองเลื่อนชิลด์ขึ้นลง ลองมองซ้ายขวา ดูว่ามีจุดไหนที่รบกวนสายตาหรือเปล่า เพราะการมองเห็นที่ชัดเจนคือความปลอดภัยสูงสุดของการขับขี่มอเตอร์ไซค์ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น