
เคยเป็นไหม? เปลี่ยนจอ Android ติดรถมาใหม่ กะจะดูหนังฟังเพลงให้สะใจ แต่พอเปิดปุ๊บ เสียงดันห่วยกว่าเดิม! เสียงแหลมบาดหู เสียงเบสจมหาย หรือบางทีเสียงแตกพร่าฟังไม่รู้เรื่องเลย ผมเองก็เคยเจอปัญหานี้มาแล้วครับ ตอนแรกก็คิดว่าลำโพงเสียหรือเดินสายผิด แต่พอลงลึกไปศึกษาจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าต้นตอของปัญหาเสียงห่วย ๆ มันซับซ้อนกว่าที่คิด แถมคนขายจอส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยอธิบายรายละเอียดตรงนี้เลย วันนี้ผมเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์และทริกที่ได้เรียนรู้มาจากการลองผิดลองถูก เผื่อใครกำลังเจอปัญหาเดียวกันจะได้แก้ได้ถูกทาง ไม่ต้องเสียเงินแก้แล้วแก้อีก
ปัญหาเสียงห่วยจากจอ Android ส่วนใหญ่มาจากอะไร?
จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าปัญหาหลัก ๆ ที่ทำให้เสียงจากจอ Android ติดรถแย่ลง มีอยู่ 3-4 ประเด็นสำคัญที่เราต้องทำความเข้าใจครับ
1. แอมป์ในตัวจอ Android: ตัวการที่คนมองข้าม
หลายคนอาจไม่รู้ว่าจอ Android ติดรถส่วนใหญ่มีแอมป์ในตัวอยู่แล้วครับ ซึ่งแอมป์พวกนี้มักจะไม่ได้มีคุณภาพสูงมากนัก ยิ่งถ้าเจอจอที่แอมป์กำลังขับต่ำ ๆ หรือออกแบบมาไม่ดี เสียงที่ได้ก็จะขาดพลัง ไม่ใส รายละเอียดเสียงหายไปหมดเลยครับ สังเกตง่าย ๆ คือถ้าเปิดเสียงดังหน่อยแล้วเสียงเริ่มพร่าหรือแตก นั่นแหละครับสัญญาณว่าแอมป์ในตัวเริ่มทำงานหนักเกินไป
- วิธีแก้: ถ้าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นจริง ๆ การพึ่งแอมป์ในตัวจออย่างเดียวอาจไม่พอครับ ลองมองหาแอมป์แยกที่ออกแบบมาเพื่อเสริมระบบเสียงในรถโดยเฉพาะ หรือถ้ายังไม่อยากลงทุนเยอะ ลองปรับลด Gain ของเสียงจากตัวจอลงเล็กน้อย แล้วเพิ่ม Volume ของเสียงให้ได้ความดังที่ต้องการ เพื่อลดภาระของแอมป์ในตัวจอครับ
2. DSP ในตัวจอ: ตัวช่วยหรือตัวปัญหา?
DSP (Digital Signal Processor) คือชิปประมวลผลเสียงดิจิทัลที่ช่วยปรับแต่งเสียงให้ดีขึ้น จอ Android รุ่นใหม่ ๆ มักจะมี DSP ในตัวมาให้ด้วย ซึ่งถ้า DSP คุณภาพดีและปรับตั้งค่าเป็น เสียงก็จะดีขึ้นมากครับ แต่ในทางกลับกัน ถ้า DSP คุณภาพไม่ดี หรือเราปรับตั้งค่าไม่เป็น มันก็กลายเป็นตัวการทำให้เสียงแย่ลงได้เหมือนกัน บางทีเสียงที่ออกมาจะรู้สึกหลอก ๆ ไม่เป็นธรรมชาติ หรือปรับ EQ เท่าไหร่ก็ไม่ลงตัว
- วิธีแก้: เริ่มต้นจากการลองรีเซ็ต DSP ในจอให้เป็นค่าเริ่มต้นก่อนครับ จากนั้นค่อย ๆ ปรับ EQ ทีละน้อย โดยเน้นปรับช่วงความถี่เสียงที่รู้สึกว่ามีปัญหา (เช่น ลดเสียงแหลมที่บาดหู หรือเพิ่มเสียงเบสที่หายไป) ลองหาตัวอย่างการตั้งค่า EQ สำหรับรถยนต์จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มาเป็นแนวทาง หรือถ้ามีงบ อาจพิจารณา มองหา DSP แยก ที่มีคุณภาพสูงกว่าและมีฟังก์ชันการปรับแต่งเสียงที่ละเอียดกว่าครับ
3. การเลือกใช้สายสัญญาณและแหล่งกำเนิดเสียง
แม้ว่าจอ Android จะทันสมัยแค่ไหน แต่ถ้าสายสัญญาณที่ใช้คุณภาพไม่ดี หรือแหล่งกำเนิดเสียง (ไฟล์เพลง) ที่เปิดคุณภาพต่ำ ก็ไม่มีทางได้เสียงที่ดีครับ สายสัญญาณราคาถูกบางเส้นอาจมีชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวนไม่ดี ทำให้เกิดเสียงจี่หรือเสียงรบกวนแทรกเข้ามาได้ ส่วนไฟล์เพลง ถ้าเป็นไฟล์ MP3 ที่บีบอัดมาเยอะ ๆ คุณภาพเสียงก็จะหายไปมากครับ
- วิธีแก้: ลงทุนกับสายสัญญาณ RCA คุณภาพดีสักหน่อยครับ เลือกแบบที่มีชีลด์ป้องกันสัญญาณรบกวน และพยายามเดินสายสัญญาณให้ห่างจากสายไฟหลักของรถให้มากที่สุด ส่วนเรื่องไฟล์เพลง ลองใช้ไฟล์เพลงแบบ FLAC หรือไฟล์ที่มี Bitrate สูง ๆ เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดครับ
ทริคติดตัว: ก่อนจะซื้อจอ Android ติดรถ ให้ถามเรื่องนี้!
ก่อนตัดสินใจซื้อจอ Android ติดรถตัวใหม่ ผมแนะนำให้ถามผู้ขายให้ชัดเจนเกี่ยวกับคุณสมบัติเหล่านี้ครับ
- แอมป์ในตัว: สอบถามกำลังขับ (วัตต์) และสเปคของแอมป์ที่มาพร้อมกับจอ รุ่นไหนที่ใช้ชิปแอมป์ดี ๆ จะให้เสียงที่ดีกว่า
- DSP: มี DSP ในตัวไหม? เป็น DSP ของแบรนด์อะไร? มีกี่แบนด์ EQ ที่ปรับได้? มีฟังก์ชัน Time Alignment หรือไม่? ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราประเมินคุณภาพเสียงเบื้องต้นได้ครับ
- ช่องต่อ Pre-out: มีช่องต่อ Pre-out สำหรับต่อแอมป์แยกไหม? ถ้ามี แสดงว่าจอถูกออกแบบมาให้รองรับการอัปเกรดระบบเสียงในอนาคตได้ดีกว่า
การทำความเข้าใจเรื่องแอมป์ในตัวและ DSP รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกจอ Android ติดรถที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านคุณภาพเสียงได้ดีขึ้น และไม่ต้องเสียเงินไปกับการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น