ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อบโอโซนรถ: ดับกลิ่นได้จริง หรือแค่หลอกตัวเอง? ประสบการณ์ตรงจากคนลองมาแล้ว

อบโอโซนรถยนต์ ดับกลิ่นได้สนิทจริงไหม หรือแค่ชั่วคราวก่อนกลิ่นกลับมา

ถ้าใครที่เคยเจอปัญหากลิ่นอับในรถ กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นอาหารติดฝังแน่น ชนิดที่ลองมาทุกวิธีแล้วไม่หายขาด เชื่อว่าต้องเคยได้ยินเรื่อง “อบโอโซน” มาบ้างแน่ ๆ เพราะหลาย ๆ ที่ก็เคลมว่าช่วยดับกลิ่นได้ชะงัด แถมฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เคยมีปัญหากลิ่นอับจากเบาะผ้าในรถ เพราะช่วงหน้าฝนชอบเผลอขึ้นรถทั้งตัวเปียก ๆ จนกลิ่นอับมันฝังลึก ทีนี้ก็เริ่มมองหาวิธีแก้ เลยไปเจอเรื่องอบโอโซนนี่แหละครับ

ตอนแรกก็งง ๆ ว่ามันจะช่วยได้จริงเหรอ? เพราะเห็นมีทั้งคนบอกว่าดีมาก กลิ่นหายสนิท กับอีกพวกก็บอกว่าไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย เสียเงินเปล่า สุดท้ายก็เลยตัดสินใจลองเองดีกว่าครับ จะได้รู้ไปเลยว่ามันเป็นยังไงกันแน่ จากประสบการณ์ที่ลองมาหลายครั้ง ทั้งทำเองและไปร้าน ผมพอจะสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ที่หลายคนอาจจะยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับการอบโอโซนรถยนต์มาเล่าให้ฟังครับ

โอโซนดับกลิ่นได้แค่ไหน? จริงจังแค่ไหนถึงหายขาด

จากที่ลองมาหลายรอบ ผมบอกได้เลยว่าโอโซนมันช่วยดับกลิ่นได้จริงครับ แต่ต้องเข้าใจหลักการทำงานของมันก่อน โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีโมเลกุลไม่เสถียร มันจะไปจับกับโมเลกุลของกลิ่นและสารก่อภูมิแพ้ต่าง ๆ แล้วสลายมันทิ้งไป ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นนะ แต่เป็นการทำลายต้นตอเลย

  • กลิ่นทั่วไป/กลิ่นอับ: อันนี้เห็นผลชัดเจนมากครับ กลิ่นอับจากความชื้น กลิ่นอาหาร กลิ่นเหงื่อหายไปเยอะเลยครับ
  • กลิ่นบุหรี่: กลิ่นบุหรี่นี่แก้ยากที่สุด เพราะมันฝังลึกในทุกอณู ทั้งเบาะ พรม เพดาน ถ้าอบโอโซนอย่างเดียว กลิ่นอาจจะจางลง แต่ไม่ถึงกับหายสนิท 100% ทันทีครับ ต้องทำหลายรอบ หรือต้องทำความสะอาดภายในแบบจริงจังก่อนอบโอโซนด้วย
  • ระยะเวลา: ถ้ากลิ่นไม่หนักมาก อบแค่ 20-30 นาทีก็เห็นผลแล้วครับ แต่ถ้ากลิ่นแรง ๆ เช่น กลิ่นบุหรี่ หรือกลิ่นจากสัตว์เลี้ยงที่สะสมมานาน ผมจะอบประมาณ 45-60 นาทีเลยครับ และทำซ้ำ 2-3 ครั้ง ห่างกันสัก 2-3 วัน

อบโอโซนบ่อยแค่ไหนถึงพอดี? และปลอดภัยกับคนไหม?

เรื่องความปลอดภัยนี่เป็นสิ่งที่หลายคนกังวล โอโซนในปริมาณที่เข้มข้นสูง ๆ เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้ครับ เพราะฉะนั้นหลังอบโอโซน ต้องเปิดประตูรถทิ้งไว้ ระบายอากาศอย่างน้อย 30-60 นาที ก่อนใช้งานรถเสมอ เพื่อให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนปกติ

ส่วนเรื่องความถี่ ผมแนะนำว่า:

  • ถ้าต้องการดับกลิ่นแรง ๆ: ทำต่อเนื่องกัน 2-3 ครั้ง ในช่วงสัปดาห์แรก แล้วค่อยเว้นไปทำอีกทีทุก 1-2 เดือน เพื่อคงสภาพ
  • ถ้าต้องการดูแลรักษาสภาพอากาศในรถ: ทำทุก 2-3 เดือนครั้งก็พอครับ หรือเมื่อรู้สึกว่าเริ่มมีกลิ่นอับกลับมา

ผมเคยได้ยินบางคนบอกว่าอบทุกอาทิตย์ อันนี้ก็อาจจะมากไปหน่อยครับ เพราะเครื่องผลิตโอโซนก็มีอายุการใช้งานของมัน และการสัมผัสโอโซนบ่อย ๆ แม้จะปริมาณไม่มาก ก็อาจไม่ดีต่อร่างกายในระยะยาวครับ

จุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดจนเสียเงินซ้ำซ้อน

ผมเองก็เคยพลาดมาแล้วครับ คือคิดว่าอบโอโซนแล้วจบเลย แต่มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไปครับ

  1. ไม่อบโอโซนแค่ครั้งเดียวแล้วหาย: โดยเฉพาะกลิ่นฝังแน่น การอบแค่ครั้งเดียวอาจจะแค่บรรเทา ต้องทำซ้ำหลายรอบครับ
  2. ต้องหาต้นตอของกลิ่นก่อน: ถ้าสาเหตุของกลิ่นยังอยู่ เช่น มีของเน่าเสียซ่อนอยู่ เบาะเปียกชื้นตลอดเวลา หรือแอร์สกปรกมาก ๆ อบโอโซนไปก็ไม่หายขาดครับ มันแค่กลบกลิ่นชั่วคราว ต้นตอจะสร้างกลิ่นขึ้นมาใหม่ได้อีกเรื่อย ๆ ครับ ต้องทำความสะอาดต้นตอเหล่านั้นก่อนถึงจะเห็นผลยั่งยืน
  3. เครื่องอบโอโซนมีหลายแบบ: เครื่องอบโอโซนในท้องตลาดมีหลายขนาด หลายความเข้มข้น บางเครื่องสำหรับใช้ในบ้านอาจจะผลิตโอโซนได้ไม่แรงพอสำหรับรถยนต์ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการการฆ่าเชื้อที่เข้มข้นครับ เลือกเครื่องที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วยนะครับ
  4. การทำความสะอาดภายในรถยังจำเป็น: การอบโอโซนไม่ใช่การทำความสะอาด มันแค่กำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคครับ คราบสกปรก ฝุ่นผง หรือสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นก่อนอบโอโซน ควรดูดฝุ่น เช็ดทำความสะอาดภายในรถให้เรียบร้อยก่อนเสมอครับ จะช่วยให้โอโซนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ทริคติดตัวที่ผมใช้ได้จริง

จากประสบการณ์ตรง ผมสรุปทริคที่ใช้ได้จริงมาให้ครับ:

  • ขั้นแรก: หาต้นตอให้เจอ: สำคัญที่สุด! ถ้ามีกลิ่นอับชื้น ลองเช็กพรม ใต้เบาะ หรือช่องแอร์ดูก่อนว่ามีอะไรชื้นแฉะหรือสกปรกไหม ถ้าเป็นกลิ่นบุหรี่ ก็ต้องทำความสะอาดภายในรถแบบละเอียดก่อน
  • ทำความสะอาดเบื้องต้น: ดูดฝุ่น เช็ดทำความสะอาดพื้นผิวภายในรถให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง
  • อบโอโซนอย่างถูกวิธี: ปิดประตูรถให้สนิท เปิดแอร์และพัดลมแอร์ให้ทำงานในโหมดหมุนเวียนอากาศภายใน (Recirculation) เพื่อให้โอโซนกระจายตัวได้ทั่วถึง ผมจะตั้งเวลาตามระดับความรุนแรงของกลิ่น (20-60 นาที)
  • ระบายอากาศหลังอบ: อันนี้ห้ามลืมเด็ดขาด! หลังอบเสร็จ เปิดประตูรถทิ้งไว้ให้โอโซนสลายตัวให้หมด อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงครับ
  • ทำต่อเนื่อง: ถ้ากลิ่นหนัก ทำซ้ำ 2-3 ครั้งในช่วงแรก แล้วค่อยเว้นระยะไปทำทุก 1-2 เดือน

โดยสรุปคือ การอบโอโซนช่วยดับกลิ่นได้จริงครับ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกอย่าง ต้องใช้ให้ถูกวิธีและทำควบคู่ไปกับการดูแลรักษาความสะอาดภายในรถอย่างสม่ำเสมอครับ ถ้าอยากรู้เรื่องการดูแลรถและอะไหล่รถยนต์เพิ่มเติม ลอง คลิกอ่านต่อ ที่ TaladAutoCar ได้เลยครับ มีบทความดี ๆ เพียบเลย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิวของแต่งรถที่ควรมี เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานได้จริง

ของแต่งรถในปัจจุบันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และทำให้การใช้งานรถในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ของแต่งรถ มีให้เลือกจำนวนมาก ทั้งแบบราคาถูก แบบพรีเมียม และสินค้าที่ออกแบบมาตรงรุ่น หากเลือกไม่เหมาะสมอาจใช้งานไม่ได้จริงหรือทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น บทความรีวิวของแต่งรถ นี้รวบรวมของแต่งรถและอุปกรณ์รถยนต์ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งรถยนต์ทั่วไป รถกระบะ รถ SUV และรถไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจซื้อ 1. กล้องติดรถยนต์ กล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนใช้รถ เพราะสามารถบันทึกเหตุการณ์ระหว่างเดินทางและใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ รุ่นที่น่าสนใจควรมีความละเอียดอย่างน้อย Full HD มองเห็นทะเบียนรถได้ชัด รองรับการบันทึกตอนกลางคืน และมีระบบบันทึกวนอัตโนมัติ บางรุ่นมีกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงโหมดเฝ้ารถขณะจอด แต่ควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องติดตั้งชุดจ่ายไฟเพิ่มหรือไม่ก่อนซื้อ 2. ที่วางโทรศัพท์ในรถ ที่วางโทรศัพท์ช่วยให้เปิดแผนที่ รับสาย หรือดูข้อมูลการเดินทางได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ขณะขับรถ ควรเลือกแบบที่ยึดแน่น ...

เบาะหนังเสีย เพราะเลือกน้ำยาผิดตัว วิธีเลือกให้ถูกใจ

เคยไหมครับ ซื้อน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังมาใช้ แล้วไม่กี่เดือนเบาะเริ่มซีด แตกลาย แถมเจอคราบมากขึ้นกว่าเดิม? ผมก็เจอแบบนี้มาแล้ว และรู้ว่าปัญหามันเกิดจากการเลือกน้ำยาผิดประเภทเท่านั้น ความผิดพลาดที่ผมทำ คือซื้อน้ำยาที่ใช้สำหรับเบาะหนังสังเคราะห์ไปใช้กับหนังแท้ ผลก็คือหนังแท้ที่ต้องการความชุ่มชื้นนั้นถูกดูดความชื้นไปมากเกินไป เบาะจึงเริ่มแห้ง ซีด และแตกลายตามมา ตัวน้ำยาเองก็ค่อนข้างคราบหนักเหลือ จากประสบการณ์นั้น ผมเรียนรู้ว่า: ต้องตรวจสอบว่าเบาะรถของเรา เป็นหนังแท้หรือหนังสังเคราะห์ก่อน (ดูที่ใบการณ์รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่าย) หนังแท้ต้องใช้น้ำยาที่มีความชุ่มชื้นและบำรุง หนังสังเคราะห์ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดธรรมชาติ ทดสอบน้ำยาบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนทั้งเบาะและคอนโซล ถ้าไม่แน่ใจว่าเลือกตัวไหน ลองเข้าไปดูตัวเลือกที่มีอยู่ใน อ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar ซึ่งมีเรคคอมเมนด์พร้อมคำอธิบายว่าตัวไหนเหมาะสำหรับหนังประเภทไหน ทริคติดตัวของผม: ซื้อน้ำยาจากแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหนัง ห้ามเลือกแค่เพราะราคาถูกหรือขวดสวย ตอนนี้เบาะของผมยังอ่อนนุ่มและสีสดใหม่เหมือนวันแรกที่ซื้อรถ

ยางดำเงา ทำไมถึงเลือนเร็ว? เรื่องน้ำยาเคลือบที่ควรรู้

เคยมั้ยที่ซื้อน้ำยาเคลือบยางดำมาใช้ แล้วไม่กี่วันแล้วยางเริ่มเลือนสีจาง เหมือนไม่ได้เคลือบเลย เดิมฉันก็สงสัยเหมือนกัน จนกว่าจะรู้ว่าปัญหามันมาจากการเลือกผิดสูตร ที่ว่า "เลือกผิด" นี่แหละ ก่อนจะเข้าเรื่องน้ำยา ต้องเข้าใจก่อนว่า สูตรน้ำและสูตรน้ำมันมันต่างกันเฉพาะแบบ เลยแหละ สูตรน้ำให้ผลลัพธ์ดูเงาแวววาว แต่มันล่องหนลอด เพราะน้ำระเหยได้เร็ว ใช้ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วต้องทาซ้ำ ส่วนสูตรน้ำมัน มันเหนียวติดนาน เลยทำให้ยางดำเงาได้นาน แต่อาจจะดูมันวิ่วๆ ไม่เงาแบบสดใสเท่าน้ำ วิธีแก้ก็คือ ต้องเลือกให้เข้ากับการใช้งาน ถ้าจอดรถแดดแรมเข้าแล้วถูกฝนเยอะ ลองใช้สูตรน้ำมันซะ ทะนานกว่า แต่ถ้าอยากให้ยางดูเงาสดใส พร้อมทาบ่อยๆ ไม่ใจแคบก็เลือกน้ำ ตอนนี้ฉันทำให้เป็นขั้นตอน คือสัปดาห์แรกใช้สูตรน้ำให้เงา แล้วเสาร์สัปดาห์ที่สองทา บทความเต็มเรื่องน้ำยาเคลือบยางดำ สูตรน้ำ vs สูตรน้ำมัน เลือกผิดยางพังเร็ว เลือกถูกยางอยู่ทน ดูให้ชัด ก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วก็ใช้สูตรน้ำมันแบบเบา ๆ เพื่อให้ติดนาน ผลออกมาสวยดีครับ