
เรื่องเรือนไมล์มอเตอร์ไซค์นี่ผมบอกเลยว่าโดนมาเยอะ ทั้งแบบเดิมๆ ที่ติดรถมา หรือจะไปอัปเกรดเป็นดิจิทัลกับเขาบ้าง เพราะเห็นว่ามันดูทันสมัยกว่า แถมมีฟังก์ชันเยอะกว่าด้วย แต่เอาเข้าจริงมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียที่บางทีเราก็มองข้ามไป วันนี้เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ตรงที่เจอมากับตัว ว่าสองแบบนี้มันต่างกันยังไงในโลกแห่งความเป็นจริง และถ้าคิดจะเปลี่ยนต้องเจออะไรบ้าง
ปัญหาที่เจอจริง: เรือนไมล์ดิจิทัลกับแดดและฝน
ตอนแรกที่เปลี่ยนจากอนาล็อกมาเป็นดิจิทัลนี่ตื่นเต้นมาก เพราะมันดูเท่ จอแสดงผลก็ชัดเจนดี ฟังก์ชันก็เยอะกว่า แต่มันก็มาพร้อมปัญหาที่คาดไม่ถึงเลยครับ
- เรื่องแดดนี่ตัวดีเลย: บางรุ่นจอ LCD สู้แดดเมืองไทยไม่ไหวจริงๆ ขับกลางวันนี่มองแทบไม่เห็นตัวเลขเลยครับ ยิ่งถ้าจอไม่ได้เคลือบสารกันสะท้อนแสงมาดีๆ นี่จบเลยครับ ต้องเอามือบังถึงจะพอเห็นบ้าง
- เรื่องน้ำเข้า: อันนี้เจอมากับตัวเลยครับ เรือนไมล์ดิจิทัลบางรุ่นไม่ได้ซีลมาดีพอ เวลาลุยฝนหนักๆ หรือล้างรถแรงๆ น้ำแอบซึมเข้าไปได้ สุดท้ายจอก็ขึ้นฝ้า หรือบางทีก็รวนไปเลย ต้องตากแดดเป็นวันๆ กว่าจะกลับมาปกติ บางทีก็ไม่กลับมาเลยก็มีครับ ถ้าเจอรุ่นที่ไม่ผ่านมาตรฐาน IPX5 ขึ้นไปนี่เสี่ยงมาก
- การติดตั้ง: ตอนติดตั้งก็ต้องดูดีๆ ครับ ถ้าเดินสายไฟไม่ดี หรือไม่ได้ใช้ปลั๊กตรงรุ่น อาจจะมีปัญหาเรื่องไฟกระตุก หรือค่าแสดงผลเพี้ยนได้ครับ
เรือนไมล์อนาล็อก: ความทนทานที่มองข้ามไม่ได้
กลับมาที่เรือนไมล์อนาล็อกแบบเข็ม ผมยอมรับเลยว่าเรื่องความทนทานนี่ต้องยกให้เขาจริงๆ ครับ
- ทนแดด ทนฝน: ด้วยความที่มันเป็นกลไก ไม่ได้มีแผงวงจรซับซ้อนเท่าดิจิทัล มันเลยทนต่อสภาพอากาศได้ดีกว่าเยอะครับ แดดจะแรงแค่ไหนก็ยังเห็นเข็มอยู่ดี ฝนจะตกหนักแค่ไหนก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำเข้า หรือถ้ามีน้ำเข้าก็ไม่ค่อยรวนเท่าดิจิทัล
- ความแม่นยำ: ในบางกรณี โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว อนาล็อกอาจจะมีความหน่วงบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าแม่นยำและเสถียรครับ
- การบำรุงรักษา: เรือนไมล์อนาล็อกดูแลรักษาง่ายกว่าครับ ถ้าเข็มค้างหรือมีปัญหา ส่วนใหญ่ก็ซ่อมได้ไม่ยาก ค่าใช้จ่ายก็ไม่สูงเท่าดิจิทัล
อัปเกรดเรือนไมล์ดิจิทัล: ข้อควรระวังและการปรับแก้
ถ้าใจยังรักเรือนไมล์ดิจิทัลและอยากจะอัปเกรดจริงๆ ผมมีทริคที่ได้เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกมาฝากครับ
- เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ: อย่าเห็นแก่ของถูกครับ เลือกแบรนด์ที่มีรีวิวดีๆ มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ชัดเจน อย่างน้อยต้องได้ IPX5 หรือ IPX6 ขึ้นไป เพื่อความสบายใจ
- ตรวจสอบปลั๊กและสายไฟ: ก่อนติดตั้ง ให้ช่างตรวจสอบว่าปลั๊กและชุดสายไฟเข้ากับรถเราได้พอดีไหม ถ้าต้องมีการตัดต่อสายไฟเยอะๆ อาจจะต้องระวังเรื่องสัญญาณรบกวนหรือการลัดวงจรในอนาคตครับ บางทีการเลือกชุดสายไฟที่ตรงรุ่นไปเลยจะช่วยลดปัญหาจุกจิกได้เยอะ
- การปรับเทียบความเร็ว: บางรุ่นที่เปลี่ยนมาอาจจะมีความเร็วไม่ตรงกับ GPS หรือของเดิมครับ ต้องเช็คว่าเรือนไมล์ดิจิทัลที่เราเลือกสามารถปรับเทียบความเร็วได้ไหม (Speed Calibration) บางรุ่นสามารถเข้าไปตั้งค่าในเมนูได้เลย เช่น ตั้งค่า P-Pulse หรือ W-Pulse ให้ตรงกับจำนวนรอบการหมุนของล้อ หรือเส้นรอบวงยาง เพื่อให้ค่าความเร็วที่แสดงผลออกมาแม่นยำที่สุดครับ
- การปรับค่ารอบเครื่องยนต์ (RPM): ถ้าเรือนไมล์ใหม่มีวัดรอบ บางทีค่า RPM ที่แสดงอาจจะไม่ตรงกับรอบเครื่องยนต์จริงครับ ต้องดูว่าเรือนไมล์รุ่นนั้นๆ มีฟังก์ชันให้ปรับค่า P-Pole หรือ P-Stroke ได้ไหม เพื่อให้ค่าที่แสดงผลถูกต้องตามจำนวนกระบอกสูบของเครื่องยนต์ครับ
สรุปทริคติดตัว: เลือกแบบไหนดี?
สุดท้ายแล้วจะเลือกแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับความชอบและการใช้งานครับ
- ถ้าคุณเป็นสายลุย ชอบความทนทาน ไม่ชอบความยุ่งยาก เรือนไมล์อนาล็อกยังเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้เสมอครับ
- แต่ถ้าคุณชอบความทันสมัย ฟังก์ชันเยอะๆ ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวกสบายและดูเท่ขึ้น เรือนไมล์ดิจิทัลก็ตอบโจทย์ แต่ต้องเลือกให้ดีๆ ครับ ศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ทั้งเรื่องแบรนด์ ฟังก์ชัน และการรับประกัน ที่สำคัญคือต้องปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเปลี่ยน เพื่อให้การอัปเกรดเป็นไปอย่างราบรื่นครับ
หวังว่าประสบการณ์ตรงที่ผมเจอมาจะช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ถ้าอยากอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมแบบเจาะลึก ลองดูข้อมูลจากบทความเปรียบเทียบเรือนไมล์มอเตอร์ไซค์ดิจิทัลและอนาล็อกได้ที่ TaladAutoCar ครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น