
ถ้าใครชอบออกทริปไกลๆ หรือขับขี่ในเมืองนานๆ คงเข้าใจดีว่า “ความเมื่อยคอ” มันเป็นยังไง บางทีขับยังไม่ถึงครึ่งทาง คอก็เริ่มตึงแล้ว ยิ่งถ้าต้องขยับหันซ้ายขวาบ่อยๆ ยิ่งล้าเข้าไปใหญ่
ก่อนหน้านี้ผมก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน จนกระทั่งตัดสินใจลองเปลี่ยนหมวกกันน็อกนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าน้ำหนักหมวกมันส่งผลมากกว่าที่คิดเยอะเลย
น้ำหนักที่ต่างกันแค่หลักร้อยกรัม แต่ผลต่างกันลิบลับ
ปกติหมวก Full Face ทั่วไปที่ทำจาก Fiberglass หรือเทอร์โมพลาสติก น้ำหนักจะอยู่ประมาณ 1,500 - 1,600 กรัม แต่พอขยับมาใช้ Carbon Fiber น้ำหนักจะลดลงไปเหลือประมาณ 1,200 - 1,300 กรัม
ตอนแรกก็คิดว่าต่างกันแค่ 200-300 กรัม มันจะรู้สึกขนาดนั้นเลยเหรอ? พอเอามาใส่จริง ความรู้สึกแรกที่ได้คือมันเบากว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยนะ ไม่ต้องใช้แรงคอประคองเยอะเหมือนเมื่อก่อน
ผมขับเส้นทางเดิม ระยะทาง 300 กม. พอเป็นหมวก Carbon Fiber อาการเมื่อยคอจากที่เคยรู้สึกแบบ “ตึงๆ” ตอนถึงปลายทางก็ลดลงไปเยอะมาก กลายเป็นแค่ “พอรู้สึก” บ้างเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเทียบกับหมวกเก่าคือดีขึ้นประมาณ 60-70% เลยครับ
อากาศพลศาสตร์ สำคัญไม่แพ้น้ำหนัก
นอกจากน้ำหนักแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “อากาศพลศาสตร์” หรือ Aero Dynamics ของหมวกกันน็อกนี่แหละ หมวกบางรุ่นถึงแม้จะเบา แต่ถ้าดีไซน์ไม่ดี เวลาวิ่งด้วยความเร็วสูงๆ หมวกจะส่าย หรือมีแรงยกที่ทำให้คอต้องออกแรงต้านลมเยอะ
ผมเคยเจอหมวกที่เบาแต่ Aero ไม่ดี เวลาวิ่งเกิน 100 กม./ชม. หมวกจะเริ่มส่ายๆ ต้องเกร็งคอสู้ลมตลอดทาง ทำให้ความเมื่อยคอไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร หมวกที่ดีควรจะนิ่ง ไม่ว่าเราจะหันหน้าไปทางไหน หรือเจอรถสวนมาแรงๆ ก็ตาม ลองหาข้อมูลรีวิวเรื่อง Aero Dynamics ของรุ่นที่สนใจดูก่อนตัดสินใจซื้อจะช่วยได้เยอะเลย
งบประมาณกับความคุ้มค่า
แน่นอนว่าหมวก Carbon Fiber ราคาก็จะสูงกว่าหมวก Fiberglass หรือเทอร์โมพลาสติกพอสมควร ราคาเริ่มต้นของ Carbon Fiber อาจจะสูงกว่า 10,000 บาทขึ้นไป ส่วน Fiberglass ก็จะอยู่ประมาณ 5,000 - 10,000 บาท
จากประสบการณ์ตรง ผมมองว่าถ้าใครขับขี่ทางไกลบ่อยๆ การลงทุนกับหมวก Carbon Fiber มันคุ้มค่ากับสุขภาพคอในระยะยาวมากๆ ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องความเมื่อยล้า แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยด้วย เพราะเมื่อเราไม่เมื่อย การโฟกัสกับการขับขี่ก็จะดีขึ้นด้วย
ถ้าใครอยากอ่านรายละเอียดแบบเจาะลึก เปรียบเทียบวัสดุแต่ละแบบ และปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเลือกหมวกกันน็อกสำหรับขับทางไกล ลองเข้าไปอ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar เพิ่มเติมได้เลยครับ มีข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับคนเลือกหมวกเยอะเลย
ทริคส่วนตัวสำหรับคนขับทางไกล
- ลองสวมให้แน่ใจ: ก่อนซื้อหมวก ควรลองสวมและลองขยับคอดูว่ามีน้ำหนักกดทับมากเกินไปไหม และขนาดพอดีกับศีรษะเราจริงๆ
- พิจารณาการระบายอากาศ: การระบายอากาศที่ดีช่วยลดความอับชื้นและความร้อน ทำให้รู้สึกสบายขึ้น ไม่ต้องทนกับความร้อนจนอยากถอดหมวกเร็วๆ
- ศึกษาเรื่องชิลด์หน้า: เลือกชิลด์ที่คมชัด ไม่บิดเบือนภาพ และถ้าเป็นไปได้ควรมีคุณสมบัติป้องกันฝ้า เพื่อทัศนวิสัยที่ดีตลอดการเดินทาง
สรุปคือ หมวกกันน็อกที่น้ำหนักเบาและมีอากาศพลศาสตร์ที่ดี มีผลต่อความล้าในการขับขี่ทางไกลอย่างชัดเจนเลยครับ การลงทุนที่เหมาะสม จะทำให้การขับขี่ของเราปลอดภัยและสนุกขึ้นเยอะมากๆ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น