ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไฟท้าย EV รมดำ vs. เปลี่ยนโคมใหม่: ประสบการณ์ตรงจากคนชอบแต่งรถ

ไฟท้าย EV รมดำ vs เปลี่ยนโคมใหม่ เทียบให้ชัดก่อนตัดสินใจ พร้อมเรื่องกฎหมายที่ต้องรู้

ช่วงนี้เห็นรถ EV แต่งสวยๆ วิ่งกันเต็มถนน โดยเฉพาะพวกไฟท้ายรมดำนี่ฮิตกันมาก ผมเองก็เป็นคนนึงที่ชอบแต่งรถ พอได้ EV มาขับก็อดไม่ได้ที่จะลองกับเขาบ้าง ตอนแรกก็ลังเลว่าจะรมดำดี หรือเปลี่ยนโคมใหม่ดี เพราะเห็นคนคุยกันเยอะเรื่องกฎหมายกับค่าปรับ วันนี้เลยอยากมาเล่าประสบการณ์ตรงที่ได้ลองทำมาให้ฟังกันครับ เผื่อใครกำลังตัดสินใจอยู่จะได้มีข้อมูลประกอบ

รมดำแบบฟิล์ม: ทางเลือกที่ต้องระวัง

ตอนแรกผมเลือกทางที่ง่ายที่สุดคือกรรมดำแบบใช้ฟิล์มแปะ เพราะราคาไม่แพงมาก สตาร์ทที่ประมาณ 800-1,500 บาท แล้วแต่ฝีมือช่าง ผมเลือกฟิล์มแบบกลางๆ ที่ไม่มืดเกินไป แต่พอใช้งานจริงก็มีปัญหาครับ

  • ความสว่างของไฟเบรก: ผมลองกดเบรกดูตอนกลางวัน แสงไฟเบรกลดลงไปเยอะมากจากเดิมที่สว่างจ้า กลายเป็นสลัวๆ ถ้ามองจากระยะไกลหน่อยคือแทบไม่เห็นเลย ยิ่งตอนกลางคืนถ้าเจอรถคันหลังไม่ระวังนี่เสี่ยงมาก
  • สีเพี้ยน: นอกจากความสว่างที่ลดลง สีของไฟก็เพี้ยนไปด้วย จากสีแดงสด กลายเป็นแดงอมดำ ซึ่งอันนี้แหละที่ตำรวจชอบเรียกดู เพราะตามกฎหมายแล้ว ไฟท้ายต้องเป็นสีแดงชัดเจนเท่านั้น
  • ความคงทน: ฟิล์มที่ใช้ไปนานๆ ก็เริ่มร่อนบ้าง มีฟองอากาศบ้าง ยิ่งถ้าจอดตากแดดบ่อยๆ ยิ่งไปเร็ว ทำให้ต้องคอยเปลี่ยนบ่อยๆ ก็เสียเวลาและเงินเพิ่มอีก

หลังจากใช้ไปได้ไม่นาน ผมก็ตัดสินใจเอาฟิล์มออกครับ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยและกลัวโดนปรับด้วย ใครอยากรู้เรื่องกฎหมายแบบละเอียดลองอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่

เปลี่ยนโคมไฟท้ายใหม่: จบปัญหาสบายใจกว่า

พอเลิกใช้ฟิล์ม ผมเลยหันมามองตัวเลือกที่สองคือเปลี่ยนโคมไฟท้ายใหม่ไปเลย อันนี้ต้องบอกว่าราคาสูงกว่าการรมดำเยอะครับ โคมไฟท้ายแต่งสำหรับ EV โดยเฉพาะบางรุ่นอาจจะสตาร์ทที่ 5,000 บาท ไปจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี แล้วแต่ยี่ห้อและดีไซน์ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสบายใจครับ

  • ดีไซน์เฉพาะ: โคมไฟท้ายแต่งที่ผมเลือกมา มีดีไซน์เป็นรมดำมาจากโรงงานเลย คือตัวพลาสติกของโคมเป็นสีดำ แต่ยังคงคุณสมบัติการส่องผ่านแสงของไฟเบรก ไฟเลี้ยว และไฟหรี่ได้ตามมาตรฐาน
  • ความสว่างไม่ลดลง: จุดนี้สำคัญมากครับ แสงไฟยังสว่างชัดเจน ไม่ลดทอนลงไปเลย สีก็ยังคงเป็นสีแดงตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เพี้ยน ทำให้ปลอดภัยในการขับขี่มากขึ้น
  • ถูกกฎหมาย: เพราะเป็นโคมที่ออกแบบมาสำหรับรถแต่ละรุ่นโดยเฉพาะ และผ่านการทดสอบมาตรฐานมาแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนจับหรือโดนปรับ
  • ความคงทน: วัสดุที่ใช้ก็ทนทานกว่าฟิล์มเยอะ ไม่ต้องกลัวร่อน หรือสีซีดเร็ว

ทริคติดตัวสำหรับคนอยากแต่งไฟท้าย EV

จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมา ผมแนะนำแบบนี้ครับ

  1. งบประมาณ: ถ้ามีงบจำกัดจริงๆ และอยากแค่ลองเล่น การรมดำด้วยฟิล์มก็พอได้ แต่ต้องเลือกฟิล์มที่มีคุณภาพหน่อย และที่สำคัญคือต้องไม่ทึบเกินไป สว่างพอที่จะเห็นไฟเบรกชัดเจน แต่ก็ยังไงก็ต้องระวังเรื่องกฎหมายอยู่ดีครับ
  2. ความปลอดภัยและกฎหมาย: ถ้าเน้นความปลอดภัยและไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ แนะนำให้เปลี่ยนเป็นโคมไฟท้ายแต่งที่รมดำมาจากโรงงานจะดีที่สุด ถึงแม้ราคาจะสูงกว่า แต่ก็คุ้มค่ากับความสบายใจและปลอดภัยที่ได้ครับ
  3. เลือกของแท้/มีมาตรฐาน: ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มหรือโคมไฟท้ายแต่ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานรองรับ ถ้าเป็นไปได้ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำ

สุดท้ายแล้ว การแต่งรถก็เพื่อความสวยงามและความชอบส่วนตัว แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองและเพื่อนร่วมทางด้วยนะครับ อย่าให้ความสวยงามมาบดบังความปลอดภัยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิวของแต่งรถที่ควรมี เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานได้จริง

ของแต่งรถในปัจจุบันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และทำให้การใช้งานรถในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ของแต่งรถ มีให้เลือกจำนวนมาก ทั้งแบบราคาถูก แบบพรีเมียม และสินค้าที่ออกแบบมาตรงรุ่น หากเลือกไม่เหมาะสมอาจใช้งานไม่ได้จริงหรือทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น บทความรีวิวของแต่งรถ นี้รวบรวมของแต่งรถและอุปกรณ์รถยนต์ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งรถยนต์ทั่วไป รถกระบะ รถ SUV และรถไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจซื้อ 1. กล้องติดรถยนต์ กล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนใช้รถ เพราะสามารถบันทึกเหตุการณ์ระหว่างเดินทางและใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ รุ่นที่น่าสนใจควรมีความละเอียดอย่างน้อย Full HD มองเห็นทะเบียนรถได้ชัด รองรับการบันทึกตอนกลางคืน และมีระบบบันทึกวนอัตโนมัติ บางรุ่นมีกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงโหมดเฝ้ารถขณะจอด แต่ควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องติดตั้งชุดจ่ายไฟเพิ่มหรือไม่ก่อนซื้อ 2. ที่วางโทรศัพท์ในรถ ที่วางโทรศัพท์ช่วยให้เปิดแผนที่ รับสาย หรือดูข้อมูลการเดินทางได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ขณะขับรถ ควรเลือกแบบที่ยึดแน่น ...

เบาะหนังเสีย เพราะเลือกน้ำยาผิดตัว วิธีเลือกให้ถูกใจ

เคยไหมครับ ซื้อน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังมาใช้ แล้วไม่กี่เดือนเบาะเริ่มซีด แตกลาย แถมเจอคราบมากขึ้นกว่าเดิม? ผมก็เจอแบบนี้มาแล้ว และรู้ว่าปัญหามันเกิดจากการเลือกน้ำยาผิดประเภทเท่านั้น ความผิดพลาดที่ผมทำ คือซื้อน้ำยาที่ใช้สำหรับเบาะหนังสังเคราะห์ไปใช้กับหนังแท้ ผลก็คือหนังแท้ที่ต้องการความชุ่มชื้นนั้นถูกดูดความชื้นไปมากเกินไป เบาะจึงเริ่มแห้ง ซีด และแตกลายตามมา ตัวน้ำยาเองก็ค่อนข้างคราบหนักเหลือ จากประสบการณ์นั้น ผมเรียนรู้ว่า: ต้องตรวจสอบว่าเบาะรถของเรา เป็นหนังแท้หรือหนังสังเคราะห์ก่อน (ดูที่ใบการณ์รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่าย) หนังแท้ต้องใช้น้ำยาที่มีความชุ่มชื้นและบำรุง หนังสังเคราะห์ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดธรรมชาติ ทดสอบน้ำยาบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนทั้งเบาะและคอนโซล ถ้าไม่แน่ใจว่าเลือกตัวไหน ลองเข้าไปดูตัวเลือกที่มีอยู่ใน อ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar ซึ่งมีเรคคอมเมนด์พร้อมคำอธิบายว่าตัวไหนเหมาะสำหรับหนังประเภทไหน ทริคติดตัวของผม: ซื้อน้ำยาจากแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหนัง ห้ามเลือกแค่เพราะราคาถูกหรือขวดสวย ตอนนี้เบาะของผมยังอ่อนนุ่มและสีสดใหม่เหมือนวันแรกที่ซื้อรถ

ยางดำเงา ทำไมถึงเลือนเร็ว? เรื่องน้ำยาเคลือบที่ควรรู้

เคยมั้ยที่ซื้อน้ำยาเคลือบยางดำมาใช้ แล้วไม่กี่วันแล้วยางเริ่มเลือนสีจาง เหมือนไม่ได้เคลือบเลย เดิมฉันก็สงสัยเหมือนกัน จนกว่าจะรู้ว่าปัญหามันมาจากการเลือกผิดสูตร ที่ว่า "เลือกผิด" นี่แหละ ก่อนจะเข้าเรื่องน้ำยา ต้องเข้าใจก่อนว่า สูตรน้ำและสูตรน้ำมันมันต่างกันเฉพาะแบบ เลยแหละ สูตรน้ำให้ผลลัพธ์ดูเงาแวววาว แต่มันล่องหนลอด เพราะน้ำระเหยได้เร็ว ใช้ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วต้องทาซ้ำ ส่วนสูตรน้ำมัน มันเหนียวติดนาน เลยทำให้ยางดำเงาได้นาน แต่อาจจะดูมันวิ่วๆ ไม่เงาแบบสดใสเท่าน้ำ วิธีแก้ก็คือ ต้องเลือกให้เข้ากับการใช้งาน ถ้าจอดรถแดดแรมเข้าแล้วถูกฝนเยอะ ลองใช้สูตรน้ำมันซะ ทะนานกว่า แต่ถ้าอยากให้ยางดูเงาสดใส พร้อมทาบ่อยๆ ไม่ใจแคบก็เลือกน้ำ ตอนนี้ฉันทำให้เป็นขั้นตอน คือสัปดาห์แรกใช้สูตรน้ำให้เงา แล้วเสาร์สัปดาห์ที่สองทา บทความเต็มเรื่องน้ำยาเคลือบยางดำ สูตรน้ำ vs สูตรน้ำมัน เลือกผิดยางพังเร็ว เลือกถูกยางอยู่ทน ดูให้ชัด ก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วก็ใช้สูตรน้ำมันแบบเบา ๆ เพื่อให้ติดนาน ผลออกมาสวยดีครับ