
ตอนแรกที่ลูกคนแรกจะคลอด เรากับสามีก็คิดหนักเรื่องคาร์ซีทครับ เพราะรถเรามันเป็นรถเก๋งคันเล็กๆ แถมงบก็จำกัด เลยมองหาคาร์ซีทแบบที่ประหยัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตอนนั้นก็ลังเลว่าจะเอาแบบที่มี ISOFIX ดีไหม เพราะราคามันแพงกว่าพอตัวเลย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อแบบไม่มี ISOFIX มาก่อน เพราะคิดว่ายังไงก็ล็อกด้วยเข็มขัดนิรภัยได้เหมือนกัน
แต่พอใช้งานจริง ผมก็พบปัญหาหลายอย่างเลยครับ
ลูกไม่สบายตัว รัดเข็มขัดยาก
คาร์ซีทแบบที่ใช้เข็มขัดนิรภัยรถรัด ต้องดึงเข็มขัดผ่านช่องต่างๆ ของคาร์ซีทหลายจุด แถมยังต้องมาคอยดึงให้ตึงเป๊ะทุกครั้ง ซึ่งมันยากมากที่จะทำได้พอดีๆ ยิ่งเวลาลูกดิ้น ยิ่งทำให้เข็มขัดหย่อนง่าย พอไม่แน่นพอ คาร์ซีทก็ขยับได้ง่ายเวลาเบรกแรงๆ หรือเข้าโค้งเร็วๆ ทำให้ลูกไม่สบายตัวและงอแงบ่อยมาก
สุดท้ายก็ต้องมานั่งปรับและดึงเข็มขัดกันใหม่แทบทุกครั้งที่ลูกขึ้นรถ บางทีก็แอบรู้สึกว่ามันเสียเวลาและไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ เพราะบางทีเรารีบๆ ก็อาจจะดึงไม่แน่นพอ
ติดตั้งคาร์ซีทแบบ ISOFIX ยากหรือไม่?
จากประสบการณ์ตรง ส่วนตัวมองว่าคาร์ซีทแบบ ISOFIX ติดตั้งง่ายกว่ามากครับ เพราะแค่เสียบตัวล็อกเข้ากับจุดเชื่อม ISOFIX ที่อยู่ระหว่างพนักพิงกับเบาะรองนั่งของรถให้เข้าล็อก แล้วดันคาร์ซีทให้ชิดเบาะจนได้ยินเสียง "คลิก" สองครั้ง บางรุ่นก็จะมีแถบสีเขียวขึ้นมาโชว์ว่าล็อกถูกต้องแล้ว พอมีระบบ ISOFIX ทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการดึงเข็มขัดนิรภัยให้แน่นทุกครั้งเหมือนแบบเดิมๆ ส่วนใหญ่จะมีตัวบอกสถานะให้เรามั่นใจได้เลยว่าติดตั้งถูกต้อง
แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ เราต้องรู้ก่อนว่ารถเรามีจุดยึด ISOFIX หรือไม่ โดยส่วนใหญ่รถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา มักจะมีจุดยึดนี้มาให้แล้วครับ สังเกตได้จากสัญลักษณ์ ISOFIX ที่เบาะหลัง หรือลองคลำดูระหว่างช่องพนักพิงกับเบาะรองนั่งก็จะเจอขอเกี่ยวโลหะ 2 จุด และอาจจะมีจุดยึดสายรัด (Top Tether) ที่ด้านหลังพนักพิงหรือตรงท้ายรถอีก 1 จุด
แล้วถ้าไม่มี ISOFIX จะเลือกแบบไหนให้ปลอดภัยที่สุด?
ถ้าไม่มี ISOFIX ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ปลอดภัยเสมอไปครับ คาร์ซีทแบบใช้เข็มขัดนิรภัยก็ยังใช้งานได้ดี แต่ต้องระมัดระวังเรื่องการติดตั้งให้ถูกต้องและแน่นหนาจริงๆ
- อ่านคู่มือให้ละเอียด: คาร์ซีททุกตัวจะมีคู่มือการติดตั้งที่ละเอียดมากครับ ผมแนะนำให้อ่านให้เข้าใจทุกขั้นตอน และลองติดตั้งตามคู่มือเป๊ะๆ
- ตรวจสอบความแน่นหนา: หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ให้ลองขยับคาร์ซีทแรงๆ ต้องไม่ขยับเกิน 1 นิ้วไปด้านข้างหรือด้านหน้าครับ
- ใช้ Top Tether (ถ้ามี): ถ้าคาร์ซีทมีสายรัด Top Tether ให้ติดตั้งด้วยทุกครั้ง เพราะจะช่วยลดแรงกระแทกบริเวณศีรษะและคอของเด็กได้ดีมาก
- เลือกตามช่วงวัยและน้ำหนัก: คาร์ซีทแต่ละประเภทออกแบบมาให้เหมาะกับช่วงวัยและน้ำหนักที่ต่างกัน เช่น คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดควรเป็นแบบกระเช้าที่หันหน้าเข้าหาเบาะเท่านั้น หรือสำหรับเด็กโตหน่อยก็จะเป็นแบบมีพนักพิงสูง (High-back booster) ที่ใช้กับเข็มขัดนิรภัยของรถได้เลย รายละเอียดเรื่องคาร์ซีท isofix เลือก ให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกอ่านได้ที่นี่ครับ
สรุปคือ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้คาร์ซีทแบบ ISOFIX ครับ เพราะรู้สึกว่ามันติดตั้งง่ายกว่าเยอะ มั่นใจในความปลอดภัยได้มากกว่า และลูกก็นั่งสบายกว่ามาก ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องเข็มขัดหย่อนอีกต่อไป สำหรับผมแล้ว คาร์ซีท ISOFIX คือการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ เพื่อความปลอดภัยของลูกครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น