ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รีโมทพังบ่อย! แชร์ประสบการณ์เปลี่ยนกรอบกุญแจรถยนต์เอง: OEM vs จีน อันไหนคุ้มกว่า?

กรอบกุญแจรีโมทรถยนต์ แบรนด์ OEM กับจีน ต่างกันตรงไหน และเปลี่ยนรหัสเองได้จริงไหม

จำได้เลยว่าตอนนั้นกุญแจรถยนต์คู่ใจดันมาพังเอาตอนที่รีบๆ แถมกรอบก็เริ่มแตกยับเยิน กดทีก็ลุ้นทีว่าประตูจะเปิดไหม จะสตาร์ทได้หรือเปล่า พอได้จังหวะว่างก็เลยตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนกรอบกุญแจใหม่ดีกว่า แต่พอไปเดินหาดูเท่านั้นแหละ ก็เจอคำถามยอดฮิตที่หลายคนคงสงสัยเหมือนกันว่า จะเลือกกรอบกุญแจแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือแบบจีนดีนะ? แล้วไอ้ที่เขาบอกว่าเปลี่ยนรหัสเองได้เนี่ย มันจริงแค่ไหน วันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ตรงที่ได้ลองผิดลองถูกมาให้ฟังกันครับ

OEM vs กรอบจีน: เลือกแบบไหนดี?

ตอนแรกก็คิดว่า OEM ต้องดีกว่าอยู่แล้วสิ เพราะเป็นของที่มาจากผู้ผลิตเดียวกับแบรนด์รถเรา แต่พอไปดูราคาเท่านั้นแหละ ถึงกับสะดุ้ง! ราคาต่างกันเยอะพอสมควรเลยครับ

  • กรอบ OEM: คุณภาพดีกว่า วัสดุจะดูทนทานกว่าหน่อย ส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติก ABS เกรดดี ผิวสัมผัสจะเรียบเนียนกว่า และขนาดจะพอดีเป๊ะกับแผงวงจรด้านใน ข้อดีคือมั่นใจเรื่องความเข้ากันได้ แต่ราคาก็สูงกว่าประมาณ 2-3 เท่าตัวเลยครับ สำหรับบางรุ่นอาจจะหายากหน่อยด้วย
  • กรอบจีน: ราคาถูกกว่าเยอะมาก! มีให้เลือกหลากหลายแบบสุดๆ ตั้งแต่แบบเรียบๆ ไปจนถึงแบบมีดีไซน์สวยๆ แต่คุณภาพก็มีตั้งแต่ดีไปจนถึงแย่เลยครับ บางอันพลาสติกอาจจะบางหน่อย กดแล้วรู้สึกยวบๆ หรือบางทีก็อาจจะใส่แผงวงจรไม่ค่อยพอดีเท่าไหร่ ต้องเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ มีรีวิวดีๆ จะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะครับ

ตอนนั้นผมตัดสินใจเลือกกรอบจีนครับ เพราะงบจำกัด และคิดว่าลองดูก่อน ถ้าไม่เวิร์คค่อยเปลี่ยนใหม่ พอได้ของมาก็ต้องบอกว่าพอใจในระดับหนึ่งเลย ถ้าเลือกดีๆ ของจีนก็ใช้งานได้ไม่แพ้กันเลยครับ

เปลี่ยนรหัสเองได้จริงไหม?

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คนเข้าใจผิดเยอะมากครับ! กรอบกุญแจรีโมทที่เราซื้อมาเปลี่ยนเนี่ย มันเป็นแค่ "เปลือก" หรือ "เคส" ด้านนอกเท่านั้นครับ ส่วนรหัสหรือสัญญาณที่ใช้ในการล็อก-ปลดล็อกรถยนต์ มันอยู่ใน "แผงวงจร" ที่อยู่ด้านในต่างหาก

  • การเปลี่ยนกรอบกุญแจ: คือการที่เราถอดแผงวงจรเดิมออกมา แล้วเอาไปใส่ในกรอบใหม่ที่เราซื้อมา ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนรหัสอะไรเลยครับ รถยังจำแผงวงจรเดิมของเราได้ปกติ
  • การเปลี่ยนรหัสหรือโปรแกรมกุญแจใหม่: อันนี้ต้องทำผ่านเครื่องมือเฉพาะของศูนย์บริการ หรือร้านกุญแจที่มีความเชี่ยวชาญครับ ซึ่งจะทำในกรณีที่เราทำกุญแจหาย ต้องการโปรแกรมกุญแจดอกใหม่ หรือต้องการยกเลิกกุญแจดอกเก่าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ

เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนกรอบกุญแจเอง จึงทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่ารหัสอะไรเลยครับ แค่ระวังอย่าให้แผงวงจรเสียหายก็พอ

ขั้นตอนการเปลี่ยนกรอบกุญแจเอง (แบบฉบับคนลองมาแล้ว)

จากประสบการณ์ตรง ผมสรุปขั้นตอนง่ายๆ มาให้ตามนี้เลยครับ

  1. เตรียมอุปกรณ์: กรอบกุญแจใหม่, ไขควงเล็กๆ (สำหรับไขน็อตบางรุ่น), คัตเตอร์หรือมีดคัตเตอร์ (สำหรับงัดกรอบเก่า), ถ่านรีโมท (ถ้าจะเปลี่ยนไปด้วย)
  2. แกะกรอบเก่า: ค่อยๆ งัดกรอบเก่าออกอย่างระมัดระวัง บางรุ่นอาจมีน็อตซ่อนอยู่ ลองดูตามร่องกรอบครับ
  3. ย้ายแผงวงจร: เมื่อแกะกรอบเก่าได้แล้ว ให้ค่อยๆ ดึงแผงวงจรออกมา รวมถึงชิปอิมโมบิไลเซอร์ (ถ้ามี) ซึ่งมักจะเป็นชิ้นเล็กๆ สีดำๆ อย่าทำหายเด็ดขาดนะครับ! อันนี้สำคัญมาก
  4. ใส่แผงวงจรในกรอบใหม่: วางแผงวงจรและชิปอิมโมบิไลเซอร์ลงในกรอบใหม่ให้ตรงล็อก
  5. ประกอบกรอบใหม่: ปิดกรอบให้สนิท ลองกดดูว่าปุ่มต่างๆ ทำงานได้ปกติไหม

ข้อควรระวังคือ ค่อยๆ ทำอย่างใจเย็น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นถูกย้ายไปในกรอบใหม่ครบถ้วน โดยเฉพาะชิปอิมโมบิไลเซอร์ ถ้าขาดไป รถจะสตาร์ทไม่ติดนะครับ ถ้าอยากดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบกุญแจรีโมทรถยนต์ ผมแนะนำให้ลองเข้าไปอ่านได้ที่ TaladAutoCar ครับ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เยอะเลย

ทริคติดตัว: เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

หลังจากที่ได้ลองเปลี่ยนกรอบกุญแจเองมาแล้ว ผมมีทริคเล็กๆ น้อยๆ มาฝากครับ

  • งบประมาณ: ถ้ามีงบเยอะและอยากได้ความสบายใจ เลือก OEM ไปเลยครับ แต่ถ้างบจำกัด กรอบจีนดีๆ ก็ใช้ได้ครับ
  • คุณภาพ: ลองดูรีวิวร้านค้าก่อนซื้อ ถ้าเป็นไปได้ลองจับของจริงดู จะได้รู้ว่าวัสดุเป็นยังไง
  • ความแม่นยำ: บางรุ่นของจีนอาจจะต้องมีการเหลาหรือแต่งเล็กน้อยเพื่อให้แผงวงจรพอดี อันนี้ต้องทำใจไว้บ้างครับ

สุดท้ายแล้ว การเปลี่ยนกรอบกุญแจเองไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ ขอแค่ใจเย็นๆ และระมัดระวังชิ้นส่วนสำคัญอย่างแผงวงจรและชิปอิมโมบิไลเซอร์ รับรองว่าคุณก็ทำได้แน่นอน!

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิวของแต่งรถที่ควรมี เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานได้จริง

ของแต่งรถในปัจจุบันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และทำให้การใช้งานรถในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ของแต่งรถ มีให้เลือกจำนวนมาก ทั้งแบบราคาถูก แบบพรีเมียม และสินค้าที่ออกแบบมาตรงรุ่น หากเลือกไม่เหมาะสมอาจใช้งานไม่ได้จริงหรือทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น บทความรีวิวของแต่งรถ นี้รวบรวมของแต่งรถและอุปกรณ์รถยนต์ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งรถยนต์ทั่วไป รถกระบะ รถ SUV และรถไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจซื้อ 1. กล้องติดรถยนต์ กล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนใช้รถ เพราะสามารถบันทึกเหตุการณ์ระหว่างเดินทางและใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ รุ่นที่น่าสนใจควรมีความละเอียดอย่างน้อย Full HD มองเห็นทะเบียนรถได้ชัด รองรับการบันทึกตอนกลางคืน และมีระบบบันทึกวนอัตโนมัติ บางรุ่นมีกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงโหมดเฝ้ารถขณะจอด แต่ควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องติดตั้งชุดจ่ายไฟเพิ่มหรือไม่ก่อนซื้อ 2. ที่วางโทรศัพท์ในรถ ที่วางโทรศัพท์ช่วยให้เปิดแผนที่ รับสาย หรือดูข้อมูลการเดินทางได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ขณะขับรถ ควรเลือกแบบที่ยึดแน่น ...

เบาะหนังเสีย เพราะเลือกน้ำยาผิดตัว วิธีเลือกให้ถูกใจ

เคยไหมครับ ซื้อน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังมาใช้ แล้วไม่กี่เดือนเบาะเริ่มซีด แตกลาย แถมเจอคราบมากขึ้นกว่าเดิม? ผมก็เจอแบบนี้มาแล้ว และรู้ว่าปัญหามันเกิดจากการเลือกน้ำยาผิดประเภทเท่านั้น ความผิดพลาดที่ผมทำ คือซื้อน้ำยาที่ใช้สำหรับเบาะหนังสังเคราะห์ไปใช้กับหนังแท้ ผลก็คือหนังแท้ที่ต้องการความชุ่มชื้นนั้นถูกดูดความชื้นไปมากเกินไป เบาะจึงเริ่มแห้ง ซีด และแตกลายตามมา ตัวน้ำยาเองก็ค่อนข้างคราบหนักเหลือ จากประสบการณ์นั้น ผมเรียนรู้ว่า: ต้องตรวจสอบว่าเบาะรถของเรา เป็นหนังแท้หรือหนังสังเคราะห์ก่อน (ดูที่ใบการณ์รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่าย) หนังแท้ต้องใช้น้ำยาที่มีความชุ่มชื้นและบำรุง หนังสังเคราะห์ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดธรรมชาติ ทดสอบน้ำยาบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนทั้งเบาะและคอนโซล ถ้าไม่แน่ใจว่าเลือกตัวไหน ลองเข้าไปดูตัวเลือกที่มีอยู่ใน อ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar ซึ่งมีเรคคอมเมนด์พร้อมคำอธิบายว่าตัวไหนเหมาะสำหรับหนังประเภทไหน ทริคติดตัวของผม: ซื้อน้ำยาจากแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหนัง ห้ามเลือกแค่เพราะราคาถูกหรือขวดสวย ตอนนี้เบาะของผมยังอ่อนนุ่มและสีสดใหม่เหมือนวันแรกที่ซื้อรถ

ยางดำเงา ทำไมถึงเลือนเร็ว? เรื่องน้ำยาเคลือบที่ควรรู้

เคยมั้ยที่ซื้อน้ำยาเคลือบยางดำมาใช้ แล้วไม่กี่วันแล้วยางเริ่มเลือนสีจาง เหมือนไม่ได้เคลือบเลย เดิมฉันก็สงสัยเหมือนกัน จนกว่าจะรู้ว่าปัญหามันมาจากการเลือกผิดสูตร ที่ว่า "เลือกผิด" นี่แหละ ก่อนจะเข้าเรื่องน้ำยา ต้องเข้าใจก่อนว่า สูตรน้ำและสูตรน้ำมันมันต่างกันเฉพาะแบบ เลยแหละ สูตรน้ำให้ผลลัพธ์ดูเงาแวววาว แต่มันล่องหนลอด เพราะน้ำระเหยได้เร็ว ใช้ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วต้องทาซ้ำ ส่วนสูตรน้ำมัน มันเหนียวติดนาน เลยทำให้ยางดำเงาได้นาน แต่อาจจะดูมันวิ่วๆ ไม่เงาแบบสดใสเท่าน้ำ วิธีแก้ก็คือ ต้องเลือกให้เข้ากับการใช้งาน ถ้าจอดรถแดดแรมเข้าแล้วถูกฝนเยอะ ลองใช้สูตรน้ำมันซะ ทะนานกว่า แต่ถ้าอยากให้ยางดูเงาสดใส พร้อมทาบ่อยๆ ไม่ใจแคบก็เลือกน้ำ ตอนนี้ฉันทำให้เป็นขั้นตอน คือสัปดาห์แรกใช้สูตรน้ำให้เงา แล้วเสาร์สัปดาห์ที่สองทา บทความเต็มเรื่องน้ำยาเคลือบยางดำ สูตรน้ำ vs สูตรน้ำมัน เลือกผิดยางพังเร็ว เลือกถูกยางอยู่ทน ดูให้ชัด ก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วก็ใช้สูตรน้ำมันแบบเบา ๆ เพื่อให้ติดนาน ผลออกมาสวยดีครับ