ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำสีมอเตอร์ไซค์เอง vs เปลี่ยนชุดสี: ประสบการณ์ตรงจากคนชอบ DIY

ทำสีมอเตอร์ไซค์ vs เปลี่ยนชุดสียกชิ้น แบบไหนทนกว่า คุ้มกว่า และควรเลือกตอนไหน

ถ้าใครชอบแต่งรถหรือแค่ไม่อยากให้รถมอเตอร์ไซค์โทรมเร็ว คงเคยมีฟีลอยากจะทำสีใหม่ หรือไม่ก็เปลี่ยนชุดสีไปเลยใช่ไหมครับ? ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ตอนที่รถคันโปรดเริ่มมีรอยขีดข่วน หรือสีซีดจางจากแดด ผมเคยนั่งคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงดี จะทำสีใหม่ทั้งคัน หรือจะเปลี่ยนชุดสีพลาสติกไปเลยดีกว่ากัน

จากประสบการณ์ลองผิดลองถูกมาหลายรอบ ทั้งเอาไปทำสีข้างนอกเองบ้าง หรือลองเปลี่ยนชุดสีใหม่ยกชุดบ้าง ผมพอจะมีข้อสรุปที่อยากจะมาแชร์ให้ฟังครับ ว่าแบบไหนมันคุ้มกว่า ทนกว่า และเหมาะกับสถานการณ์แบบไหนมากกว่ากัน

1. ต้นทุน: ทำสีเองถูกกว่าจริงไหม?

พูดถึงเรื่องต้นทุน ต้องบอกว่ามันแล้วแต่ฝีมือกับความต้องการของเราเลย ถ้าเป็นงานซ่อมสีเล็กๆ น้อยๆ หรือแค่อยากเปลี่ยนสีบางชิ้น การทำสีเอง (หรือให้ร้านทำเฉพาะจุด) อาจจะดูคุ้มค่ากว่าครับ

  • ทำสีเอง: ถ้าเรามีอุปกรณ์พื้นฐานอยู่แล้ว เช่น กระดาษทราย สีสเปรย์ หรือกาพ่นสีเล็กๆ ซื้อสีมาพ่นเอง ชิ้นเล็กๆ อย่างฝาครอบถังน้ำมัน หรือบังโคลนหน้า อาจจะหมดไปแค่หลักร้อยถึงพันกว่าบาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพสีและขั้นตอนการเตรียมผิว
  • ทำสีที่ร้าน: ถ้าร้านรับทำสีเฉพาะจุด ชิ้นเล็กๆ อาจจะเริ่มต้นที่ 500-1,500 บาท แต่ถ้าทำทั้งคัน สีพลาสติกส่วนใหญ่จะอยู่ราวๆ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับความละเอียดของงาน สีที่เลือก และขนาดของรถ
  • เปลี่ยนชุดสีใหม่ยกชิ้น: อันนี้แหละที่แพงกว่าเห็นๆ แต่ก็สะดวกกว่าเยอะ ชุดสีมอเตอร์ไซค์รุ่นยอดนิยมอย่าง Honda Wave หรือ Yamaha Fino ราคาชุดสีแท้ทั้งคันอาจจะอยู่ราวๆ 3,000-7,000 บาท (ไม่รวมค่าติดตั้ง) ส่วนของเทียบหรือของแต่งอาจจะถูกลงมาหน่อย เหลือ 2,000-4,000 บาท แต่ต้องเช็กเรื่องคุณภาพและสีดีๆ ครับ

สรุปคือ ถ้าเน้นประหยัดและมีเวลาทำเอง หรืออยากซ่อมแค่รอยขูดขีดเล็กน้อย การทำสีอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แต่ถ้าอยากได้งานเนี้ยบๆ และไม่ต้องเสียเวลามานั่งทำเอง การเปลี่ยนยกชุดก็ตอบโจทย์กว่าครับ

2. ความทนทานและอายุการใช้งาน

เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญเลยที่ผมเจอมากับตัว สีที่ทำเองหรือร้านทำ กับสีจากโรงงานมันไม่เหมือนกันเลยครับ

  • สีทำใหม่: ความทนทานของสีที่ทำใหม่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของสีที่ใช้ การเตรียมพื้นผิว และฝีมือช่างเป็นหลัก ถ้าเตรียมผิวไม่ดี หรือใช้สีคุณภาพต่ำ สีอาจจะลอกง่าย ซีดเร็ว หรือเป็นคราบด่างได้ง่ายๆ ภายใน 1-2 ปี ส่วนตัวผมเคยลองพ่นเองแล้วเจอว่า ถ้าไม่ลงรองพื้นดีๆ หรือพ่นหนาไป สีจะร่อนออกเป็นแผ่นๆ เลยก็มี
  • สีชุดใหม่จากโรงงาน: สีที่มาพร้อมชุดสีแท้จากโรงงานมักจะมีความทนทานสูงกว่ามากครับ เพราะผ่านกระบวนการทำสีและอบจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีการเคลือบผิวที่ดี ทำให้ทนต่อแดด ฝน และรอยขีดข่วนได้ดีกว่า อายุการใช้งานยาวนานกว่า 3-5 ปี หรือมากกว่านั้นได้สบายๆ ถ้าดูแลดีๆ ของเทียบก็อาจจะใกล้เคียง แต่ก็มีโอกาสที่สีจะซีดหรือลอกเร็วกว่าของแท้ครับ

จากประสบการณ์ตรง ผมว่าถ้าอยากได้ความทนทานในระยะยาว และไม่ชอบมานั่งกังวลเรื่องสีซีด ผมแนะนำว่าเปลี่ยนชุดสีใหม่จากโรงงานจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาวครับ

3. สัญญาณที่บอกว่าควรเลือกแบบไหน

ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจำเป็นต้องทำสีใหม่ หรือเปลี่ยนชุดสีเสมอไปครับ ผมมีวิธีสังเกตง่ายๆ มาฝาก

  • ทำสี (ซ่อมสี) เมื่อไหร่:
    • มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หรือรอยขนแมวที่ไม่ลึกมาก สามารถขัดเคลือบได้ หรือใช้สีแต้มเฉพาะจุด
    • สีซีดจางแค่บางส่วน หรือแค่บางชิ้นของรถ และต้องการเปลี่ยนสีแค่ชิ้นนั้น
    • งบประมาณจำกัด และไม่รีบร้อน สามารถรอช่างทำสี หรือทำเองได้
    • ไม่ต้องการให้รถดูใหม่เอี่ยม 100% แต่ขอแค่ดูดีขึ้นก็พอ
  • เปลี่ยนชุดสีใหม่เมื่อไหร่:
    • ชุดสีเดิมแตกหักเสียหายหลายจุดจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ หรือซ่อมแล้วไม่คุ้ม
    • สีรถซีดจางทั้งคันอย่างรุนแรง หรือสีแตกลายงาจากแดดเผามานาน
    • ต้องการให้รถกลับมาดูใหม่เอี่ยมเหมือนออกจากศูนย์
    • ต้องการเปลี่ยนสีรถทั้งคันแบบรวดเร็ว และได้งานที่มีคุณภาพมาตรฐานจากโรงงาน
    • ไม่ต้องการเสียเวลาในการดูแลสีที่ทำใหม่ และอยากได้ความทนทานในระยะยาว

สำหรับใครที่ยังลังเล ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปรียบเทียบชุดสีมอเตอร์ไซค์ได้ที่ TaladAutoCar เพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

สรุปทริคติดตัว:

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจว่าจะทำสีหรือเปลี่ยนชุดสีมอเตอร์ไซค์นั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งงบประมาณ ความเสียหายของรถ และความคาดหวังของเราเอง ถ้าอยากประหยัดและรถไม่เสียหายมากนัก ทำสีเฉพาะจุดก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่ถ้าอยากได้ความใหม่เอี่ยม ทนทาน และไม่ต้องกังวลเรื่องคุณภาพสีในระยะยาว การเปลี่ยนชุดสีใหม่จากโรงงานก็เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากว่าครับ

ส่วนตัวผมเอง ถ้าเป็นรถใช้งานประจำที่อยากให้ดูดีอยู่เสมอ แต่ไม่ได้มีรอยอะไรเยอะมาก ผมจะเลือกทำสีเฉพาะจุดที่เสียหาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รถเริ่มมีรอยแตกหลายจุด สีซีดทั้งคันจนดูไม่จืด อันนั้นผมยอมลงทุนเปลี่ยนชุดสีใหม่ยกชุดไปเลยดีกว่าครับ เพราะนอกจากจะได้รถที่ดูใหม่แล้ว ยังได้ความสบายใจเรื่องความทนทานไปอีกนานเลยครับ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รีวิวของแต่งรถที่ควรมี เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และใช้งานได้จริง

ของแต่งรถในปัจจุบันไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และทำให้การใช้งานรถในชีวิตประจำวันง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ของแต่งรถ มีให้เลือกจำนวนมาก ทั้งแบบราคาถูก แบบพรีเมียม และสินค้าที่ออกแบบมาตรงรุ่น หากเลือกไม่เหมาะสมอาจใช้งานไม่ได้จริงหรือทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น บทความรีวิวของแต่งรถ นี้รวบรวมของแต่งรถและอุปกรณ์รถยนต์ที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับทั้งรถยนต์ทั่วไป รถกระบะ รถ SUV และรถไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแนวทางก่อนตัดสินใจซื้อ 1. กล้องติดรถยนต์ กล้องติดรถยนต์ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับคนใช้รถ เพราะสามารถบันทึกเหตุการณ์ระหว่างเดินทางและใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ รุ่นที่น่าสนใจควรมีความละเอียดอย่างน้อย Full HD มองเห็นทะเบียนรถได้ชัด รองรับการบันทึกตอนกลางคืน และมีระบบบันทึกวนอัตโนมัติ บางรุ่นมีกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงโหมดเฝ้ารถขณะจอด แต่ควรตรวจสอบว่าจำเป็นต้องติดตั้งชุดจ่ายไฟเพิ่มหรือไม่ก่อนซื้อ 2. ที่วางโทรศัพท์ในรถ ที่วางโทรศัพท์ช่วยให้เปิดแผนที่ รับสาย หรือดูข้อมูลการเดินทางได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องถือโทรศัพท์ขณะขับรถ ควรเลือกแบบที่ยึดแน่น ...

เบาะหนังเสีย เพราะเลือกน้ำยาผิดตัว วิธีเลือกให้ถูกใจ

เคยไหมครับ ซื้อน้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังมาใช้ แล้วไม่กี่เดือนเบาะเริ่มซีด แตกลาย แถมเจอคราบมากขึ้นกว่าเดิม? ผมก็เจอแบบนี้มาแล้ว และรู้ว่าปัญหามันเกิดจากการเลือกน้ำยาผิดประเภทเท่านั้น ความผิดพลาดที่ผมทำ คือซื้อน้ำยาที่ใช้สำหรับเบาะหนังสังเคราะห์ไปใช้กับหนังแท้ ผลก็คือหนังแท้ที่ต้องการความชุ่มชื้นนั้นถูกดูดความชื้นไปมากเกินไป เบาะจึงเริ่มแห้ง ซีด และแตกลายตามมา ตัวน้ำยาเองก็ค่อนข้างคราบหนักเหลือ จากประสบการณ์นั้น ผมเรียนรู้ว่า: ต้องตรวจสอบว่าเบาะรถของเรา เป็นหนังแท้หรือหนังสังเคราะห์ก่อน (ดูที่ใบการณ์รถหรือสอบถามตัวแทนจำหน่าย) หนังแท้ต้องใช้น้ำยาที่มีความชุ่มชื้นและบำรุง หนังสังเคราะห์ใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดธรรมชาติ ทดสอบน้ำยาบนพื้นที่เล็ก ๆ ก่อนทั้งเบาะและคอนโซล ถ้าไม่แน่ใจว่าเลือกตัวไหน ลองเข้าไปดูตัวเลือกที่มีอยู่ใน อ่านฉบับเต็มที่ TaladAutoCar ซึ่งมีเรคคอมเมนด์พร้อมคำอธิบายว่าตัวไหนเหมาะสำหรับหนังประเภทไหน ทริคติดตัวของผม: ซื้อน้ำยาจากแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหนัง ห้ามเลือกแค่เพราะราคาถูกหรือขวดสวย ตอนนี้เบาะของผมยังอ่อนนุ่มและสีสดใหม่เหมือนวันแรกที่ซื้อรถ

ยางดำเงา ทำไมถึงเลือนเร็ว? เรื่องน้ำยาเคลือบที่ควรรู้

เคยมั้ยที่ซื้อน้ำยาเคลือบยางดำมาใช้ แล้วไม่กี่วันแล้วยางเริ่มเลือนสีจาง เหมือนไม่ได้เคลือบเลย เดิมฉันก็สงสัยเหมือนกัน จนกว่าจะรู้ว่าปัญหามันมาจากการเลือกผิดสูตร ที่ว่า "เลือกผิด" นี่แหละ ก่อนจะเข้าเรื่องน้ำยา ต้องเข้าใจก่อนว่า สูตรน้ำและสูตรน้ำมันมันต่างกันเฉพาะแบบ เลยแหละ สูตรน้ำให้ผลลัพธ์ดูเงาแวววาว แต่มันล่องหนลอด เพราะน้ำระเหยได้เร็ว ใช้ได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วต้องทาซ้ำ ส่วนสูตรน้ำมัน มันเหนียวติดนาน เลยทำให้ยางดำเงาได้นาน แต่อาจจะดูมันวิ่วๆ ไม่เงาแบบสดใสเท่าน้ำ วิธีแก้ก็คือ ต้องเลือกให้เข้ากับการใช้งาน ถ้าจอดรถแดดแรมเข้าแล้วถูกฝนเยอะ ลองใช้สูตรน้ำมันซะ ทะนานกว่า แต่ถ้าอยากให้ยางดูเงาสดใส พร้อมทาบ่อยๆ ไม่ใจแคบก็เลือกน้ำ ตอนนี้ฉันทำให้เป็นขั้นตอน คือสัปดาห์แรกใช้สูตรน้ำให้เงา แล้วเสาร์สัปดาห์ที่สองทา บทความเต็มเรื่องน้ำยาเคลือบยางดำ สูตรน้ำ vs สูตรน้ำมัน เลือกผิดยางพังเร็ว เลือกถูกยางอยู่ทน ดูให้ชัด ก่อนตัดสินใจซื้อ แล้วก็ใช้สูตรน้ำมันแบบเบา ๆ เพื่อให้ติดนาน ผลออกมาสวยดีครับ